พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 48 ระบุว่า บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้ง และพนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบได้ โดยค่าปรับที่ได้จากการเปรียบเทียบตามวรรคหนึ่ง ให้แบ่งแก่ผู้แจ้งครึ่งหนึ่ง และพนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานจราจร หรือตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจร ผู้จับกุมอีกครึ่งหนึ่ง
โดยกรณีการจอดรถหรือขับขี่ยานพาหนะ หรือล้อเลื่อนบนทางเท้าเป็นข้อห้ามตามมาตรา 17 ของกฎหมายฉบับนี้ โดยผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ดังนั้นกรณีที่มีผู้แจ้งเบาะแส ผู้แจ้งก็จะได้รับส่วนแบ่งสูงสุด 2,500 บาท ซึ่งในเรื่องนี้ พันตำรวจเอก พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร ยืนยันว่า กฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้เช่นนั้น โดยผู้แจ้งสามารถแจ้งได้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจเมื่อมีการจับปรับผู้ฝ่าฝืนแล้วก็จะมีส่วนแบ่งค่าปรับให้ผู้แจ้งเบาะแสตามระเบียบกฎหมายที่กำหนดไว้ แต่ในทางปฏิบัติไม่ค่อยมีประชาชนแจ้ง อาจเป็นเพราะคิดว่าธุระไม่ใช่ และกลัวว่าจะได้รับผลกระทบ