โดยเรื่องนี้กำลังสร้างความกังวลให้กับพรรคเดโมแครตอย่างมาก หลังจากที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นาง ฮิลลารี่ คลินตัน ถูกพยุงขึ้นรถยนต์ออกจากงานรำลึกครบรอบ 15 ปี เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยา
แต่ข่าวเรื่องสุขภาพของ คลินตัน เพิ่งจะถูกเผยออกมาเมื่อวานนี้ ทั้งๆ ที่แพทย์ตรวจพบว่า คลินตันมีอาการปอดอักเสบตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา
ปมปัญหาสุขภาพของคลินตันนี้ จากที่กลุ่มอนุรักษ์นิยมมองว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด ตอนนี้ ได้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง และอาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้
ทรัมป์ ได้หยิบยกประเด็นสุขภาพนี้มาโจมตี นางฮิลลารี อย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้าน แพทย์ประจำตัวของนางฮิลลารี ก็ได้ย้ำมาหลายครั้งว่า นางฮิลลารีมีสุขภาพดีพร้อมสำหรับการบริหารประเทศในฐานะประธานาธิบดี ทั้งก่อนและภายหลังการตรวจพบอาการปอดอักเสบ
เช่นเดียวกับคลินตัน สุขภาพของทรัมป์ เองก็ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เพราะแพทย์ประจำตัวที่ดูแลนายทรัมป์ ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา อย่าง ดร. แฮโรลด์ บอร์นสไตน์ ก็ไม่ได้เผยผลการตรวจสุขภาพร่างกายอย่างละเอียดเช่นเดียวกัน
หากไม่นับว่าน้ำหนักของทรัมป์ลดลงไป 6 กิโลกรัม บอร์นสไตน์ ก็เขียนในใบรับรองแพทย์ว่า ถ้าทรัมป์ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาจะเป็นบุคคลที่มีสุขภาพดีที่สุดเท่าที่เคยได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีเลย
อย่างไรก็ตาม ใบรับรองแพทย์ที่นายบอร์นสไตน์ออกให้ก็ถูกวิจารณ์ว่าใช้คำที่ขาดความเป็นทางการ หรือไม่ได้มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับสุขภาพของทรัมป์เลย
เกี่ยวกับข้อกำหนดเรื่องสุขภาพของผู้สมัคร หากมองย้อนกลับไป เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ได้ตรวจสอบอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เช่นในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2008 ที่บารัค โอบามา ชนะ จอห์น แม็คเคน ทั้งสองคนก็ส่งเอกสารรับรองสุขภาพต่างกันอย่างสินเชิง
จอห์น แม็คเคน ซึ่งในนั้นเขามีอายุ 72 ปี ได้เผยเอกสารมากกว่า 1 พันฉบับเพื่อรับรองสุขภาพตนเพียงไม่กี่ชั่วโมงล่วงหน้าการลงสมัคร ขณะที่ โอบามา ยื่นเอกสารสั้นๆ เพียงฉบับเดียวจากแพทย์ส่วนตัวที่ระบุว่าเขามีสุขภาพดีเยี่ยม
ทั้งนี้ ในใบรับรองแพทย์ต่างๆ ที่ต้องส่งมอบตามกฏ ข้อกำหนดของการตรวจสุขภาพนั้นไม่ได้ครอบคลุมถึงการตรวจสอบสุขภาพจิตอย่างละเอียด
ทีมข่าวต่างประเทศ พีพีทีวีรายงาน