การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. วันนี้มีวาระสำคัญ เกี่ยวกับซักถามในสำนวนคดีถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาและนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ ส.ว. จากคณะกรรมาธิการซักถาม ที่ตั้งขึ้นโดย สนช. โดยเริ่มการซักถามในคดีของนายนิคมก่อน
สำหรับคดีของนายนิคม คณะกรรมาธิการซักถาม มีคำถามถึง ป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา จำนวน 8 คำถาม โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับความเป็นห่วงว่า คดีการถอดถอนครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับกระบวนการสร้างความปรองดอง โดยนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ป.ป.ช.ได้คำนึงถึงเรื่องการกระบวนการสร้างความปรองดองมาโดยตลอด ทั้งนี้การดำเนินการต้องคำนึงถึงหลักนิติรัฐนิติธรรมและดำเนินการตามกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินการตามอำเภอใจได้
นายนิคม ไวรัชพานิช ได้ตอบข้อซักถามจากกรรมาธิการซักถาม 7 คำถาม โดยมีประเด็นสำคัญ กรณีการปิดอภิปราย รวบรัดลงมติ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มา ส.ว.เพื่อต้องการเร่งให้ทันในช่วงครบวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี เพื่อลงสมัคร ส.ว.อีกสมัย
ประเด็นนี้นายนิคม ยืนยันว่า ไม่ได้ทำมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้มีการลงชื่อเสนอแก้ไข อภิปรายและลงมติ แต่การทำหน้าที่ในวันนั้น เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเท่านั้น ทั้งนี้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม
ส่วนกรณีของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ที่วันนี้เดินทางมาตอบข้อซักถามด้วยตัวเองนั้น เปิดเผยว่า หลังจากฟังการประชุมเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ยังมีข้อสงสัย จึงถือโอกาสนี้มาชี้แจงเพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามเชื่อว่า จะได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ไม่ได้มีความกังวลใจ เนื่องจากข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญก็อยู่ในหัวแล้ว
หลังการตอบข้อซักถามในวันนี้แล้ว สมาชิก สนช. จะนำข้อมูลที่ไดรับจากการซักถามไปพิจารณาประกอบการลงมติ ขณะเดียวกันจะมีการแถลงปิดคดีในวันที่ 21 มกราคมนี้ และลงมติในวันที่ 23 มกราคม โดยประธาน สนช.ย้ำว่าเนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงอยากให้สนช.มาร่วมประชุมเพื่อลงมติ