วันนี้ (14 ก.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำนางอุ่นเรือน เกตุทอง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคการเงินการธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีนายศรีรัฐ รัตนมุสิก ผู้บริหารทีมให้คำปรึกษาทางการเงินเป็นผู้รับเรื่อง
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายถูก น.ส.ศราวดี อินผิว เพื่อนบ้านชักชวนให้ทำธุรกิจครีมส่งออกประเทศลาวร่วมกัน โดยมีข้อตกลงว่าจะมอบเงินต้นเเละกำไรให้ในอัตรร้อยละ 30 หลังจากนั้นวันที่10 พ.ค. 59 ผู้เสียหายได้นำเช็คที่ น.ส.ศราวดีเซ็นสั่งจ่ายไว้ มาขึ้นเงินที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาโลตัสอุตรดิตถ์ เวลาประมาน 17.30 น. เป็นเงินจำนวน 2,125,000 บาท ก่อนจะนำเงินไปฝากเข้าธนาคารกรุงไท สาขาเดียวกัน หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่พนักงานธนาคารกสิกรไทยใช้กลอุบายติดต่อผู้เสียหายให้นำเงินมาคืน โดยอ้างว่าไม่ได้สามารถปิดเงินคงคลังได้ ซึ่งเงินที่จ่ายให้ไปเป็นเงินที่ทดลองจ่าย หากไม่นำเงินมาคืนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงยอมนำเงินมาคืน
นอกจากนี้นายอัจฉริยะ กล่าวว่า จากการสืบหาข้อเท็จจริงและคลิปเสียงคำรับสารภาพของผู้ต้องหาเเละพนักงานกสิกรไทยได้วางเเผนร่วมกันมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน โดยนางสาวศราวดีได้ตกลงกับผู้จัดการธนาคารกสิกรไทยว่าหากยอมขึ้นเช็คให้ จะทำประกันชีวิตมูลค่า 1,000,000 บาท ทั้งที่ไม่มีเงินอยู่ในบัญชี ทั้งนี้การเดินทางเข้าร้องเรียนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในวันนี้ เพื่อให้ทางธนาคารกสิกรไทยรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเเล้ว เบื้องต้นทางธนาคารกสิกรไทยได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าผู้เสียหายได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวนไปแล้ว ซึ่งธนาคารยินดีให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปรากฎข้อเท็จจริงในทางคดีอย่างถูกต้องและชัดเจนต่อไป