เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ และหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐ เร่งสอบสวนหาความเชื่อมโยงของเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น 3 จุด ตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เบื้องต้น เชื่อว่าน่าจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย
ความคืบหน้าเหตุระเบิดในเขตเชลซี ย่านแมนฮัตตัน ใจกลางนครนิวยอร์ก ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ระเบิดที่พบทั้งในจุดเกิดเหตุ และใกล้จุดเกิดเหตุ ประกอบจากหม้ออัดแรงดัน ซึ่งไปคล้ายกับระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุระหว่างการแข่งขัน “บอสตัน มาราธอน” เมื่อปี 2013 นอกจากนี้ หลักฐานจากภาพวงจรปิด ยังเผยให้เห็นว่าชายที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ เป็นคนเดียวกับชายที่อยู่ในจุดที่พบวัตถุระเบิดชิ้นที่ 2 ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันนัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุตัวคนร้าย รวมถึงมูลเหตุจูงใจที่แท้จริงได้
ด้านนายแอนดรูว์ คัวโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ออกมายอมรับว่า เหตุการณ์นี้ชัดเจนว่าเป็นการก่อการร้าย เพียงแต่ยังไม่พบหลักฐานว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายนอกประเทศ อีกทั้งยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ
ล่าสุด ทางการนิวยอร์กได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่มากกว่า 1 พันคน อารักขาตามจุดเสี่ยงและระบบขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟใต้ดิน และรถโดยสารประจำทาง ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เร่งตามล่าตัวผู้ต้องสงสัย
นอกจากนี้ เอฟบีไอยังเร่งหาความเชื่อมโยงของเหตุดังกล่าวกับเหตุรุนแรงอีก 2 เหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทั้งเหตุไล่แทงคนที่ห้างสรรพสินค้า ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ออกมาอ้างตัวว่าอยู่เบื้องหลัง แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบหลักฐานว่ามือมีดที่ก่อเหตุมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มดังกล่าว รวมไปถึงเหตุระเบิดท่อ หรือ ไปป์บอมบ์ ที่พบในจุดจัดการแข่งขันวิ่งการกุศล ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ จนทำให้ทางการต้องยกเลิกการจัดกิจกรรม
ทั้งนี้ เหตุรุนแรงทั้ง 3 จุด เกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐจัดพิธีรำลึกครบรอบ 15 ปี เหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. ขณะที่สัปดาห์นี้ นครนิวยอร์กก็เตรียมจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะมีบรรดาผู้นำกว่า 100 ประเทศเข้าร่วม