สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ร่วมหารือวาระฉุกเฉิน ที่นครนิวยอร์ก วานนี้ (25 ก.ย. 59) ตามคำเรียกร้องของรัฐบาลสหรัฐฯ ฝรั่งเศส และอังกฤษ โดยประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาหารือ คือ สถานการณ์ในเมืองอเลปโป ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิหลักของสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี ของซีเรีย โดยจากรายงานที่ยูเอ็นได้รับ มีชาวเมืองอเลปโป 213 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของกองทัพรัฐบาลซีเรียและรัสเซีย ซึ่งทวีความรุนแรงและถี่ขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากข้อตกลงหยุดยิงยุติลง
นางซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น ออกโรงตำหนิรัฐบาลรัสเซียว่าไม่มีความจริงใจต่อท่าทีในสงครามกลางเมืองซีเรีย โดยรัสเซียไม่ได้ช่วยกองทัพรัฐบาลซีเรียกำจัดกลุ่มก่อการร้ายอย่างที่กล่าวอ้างก่อนหน้านี้ แต่กลับสนับสนุนความโหดร้ายป่าเถื่อนในเมืองอเลปโป ซึ่งส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากบาดเจ็บล้มตาย
ด้านนายวิตาลี ชูร์กิน (Vitaly Churkin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำยูเอ็น กล่าวว่า สถานการณ์ล่าสุดในเมืองอเลปโปสะท้อนให้เห็นว่าการนำสันติสุขกลับคืนสู่แผ่นดินซีเรีย เป็นภารกิจที่แทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วในขณะนี้
อย่างไรก็ตามนายสตาฟฟาน เดอ มิสตูรา ทูตพิเศษยูเอ็นประจำซีเรีย ยืนยันว่า วิกฤตในซีเรียยังมีโอกาสจะคลี่คลายขึ้น โดยอาศัยบทบาทของสหรัฐฯ และรัสเซียในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย และต้องไม่ใช่วิธีการทางทหาร