ชาวบ้านตำบลหัวถนน อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม โดยกรอกทรายใส่ถุงปุ๋ยนำไปก่อเป็นพนังกำแพงป้องกันน้ำรอบบ้าน หลายหลังคาเรือน หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านมาแล้ว ถึงแม้ตอนนี้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว แต่คาดการณ์ว่าอาจมีน้ำท่วมอีกครั้ง เนื่องจากในพื้นที่นยังมีฝนตกต่อเนื่อง
ด้านจังหวัดพิจิตร ปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าไหลรวมกับแม่น้ำยม ส่งผลให้เกิดน้ำหนุนเอ่อไหลย้อนกลับเข้ามาในคลองสาขา และทะลักเข้าท่วมพื้นที่การทำนา พืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อันดับ 1 ให้กลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ หมู่ที่ 1 บ้านประดาทองฝั่งตะวันตก ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง กว่า 1 หมื่น ชาวนาต้องเร่งสูบน้ำออกจากนาข้าวป้องกันข้าวที่กำลังตั้งท้องเสียหาย
ส่วนสถานการณ์น้ำที่จังหวัดอุทัยธานี ล่าสุดน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ที่ไหลลงสู่แม่น้ำตากแดดเริ่มทรงตัวและเริ่มลดระดับลง แต่ยังมีปริมานน้ำสะสมอยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนและเหนือเขื่อน จนเอ่อล้นไปท่วมบ้านเรือนประชาชน และท่วมพื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายไปนับหมื่นไร่ ขณะเดียวกันมวลน้ำป่าที่ไหลบ่ามาตามคลองโพธิ์และลำน้ำสาขาอีกจำนวนมาก จะไหลลงสู่แม่น้ำตากแดดอีกระลอก ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมสูงขึ้นอีก ซึ่งต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ด้านจังหวัดพังงา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ หมู่ที่ 2 , 4 ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า ชาวบ้านกว่า 80 หลังคาเรือนได้รับความเดือนร้อน เนื่องจากน้ำท่วมเป็นระลอกที่ 8 หลังจากน้ำที่ไหลมาจากเขาบ้านดอกแดก ลงคลองบางม่วงระบายลงสู่ทะเลได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหนักสุดบริเวณซอยธารทองใต้ สูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มชาวบ้านต้องอพยพเก็บข้าวของเครื่องใช้ไว้ที่สูงและต้องเดินลุยน้ำออกมาส่งเด็กนักเรียนไปโรงเรียนด้วยความอยากลำบาก
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว 38 จังหวัด ตอนนี้เหลือเพียง 9 จังหวัดที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วม คือ จ.กำแพงเพชร จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ. พิจิตร จ.นครสวรรค์ จ.พังงา จ.อุทัยธานี จ.พะเยา และ จ.ชัยนาท