สำหรับประเด็นแรกในดีเบตครั้งนี้ คือเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ฮิลลารี คลินตัน เริ่มด้วยการโจมตีนโยบายของ ทรัมป์ ว่าอื้อประโยชน์ต่อคนรวย โดยเฉพาะการตัดลดภาษี ขณะที่ทรัมป์ โจมตีข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือ “Nafta” ย้อนกลับไปถึงรัฐบาลบิล คลินตัน ที่ทรัมป์บอกว่าทำให้สหรัฐสูญเสียรายได้มหาศาล และตัวเขาเองจะดึงงานกลับเข้าประเทศ ให้ชาวอเมริกันมีงานทำอีกครั้ง
เมื่อถูกโจมตีเรื่องนี้ ฮิลารรีตะคุบทรัมป์เรื่องไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดการเสียภาษี แต่ทรัมป์ ก็แทบจะไม่เสียเวลา จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องไปโจมตี คลินตันเรื่องอีเมล์ 33000 ฉบับทันที ซึ่งถึงตรงนี้ ฮิลารรี เปลี่ยนจังหวะอ่อนลง ยอมรับผิด แล้วก็ขอโทษ
ต่อมาทั้งคู่ก็ถกกันต่อในหัวข้อด้านความมั่นคง ทรัมป์เสนอให้ประเทศต่างๆ ติดหัวรบนิวเคลียร์ เพื่อที่จะได้ลดภาระสหรัฐ ซึ่งก็ถูกคลินตันโต้กลับว่าโลกจะตกอยู่ในภาวะเสี่ยงจากอาวุธนิวเคลียร์ที่เพิ่มขึ้น เรื่องต่อมาเป็นประเด็นร้อน ทั้งชาวอเมริกันและคนทั่วโลกสนใจมาก ซึ่งก็คือประเด็นความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติและสีผิว คลินตันโจมตีนโยบายทรัมป์ว่า น่ากลัวและจะทำให้ประชาชนในประเทศแตกแยกมากกว่าเดิม ทั้งเรื่องการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนที่ติดกับเม็กซิโก รวมถึงการขับไล่ชาวมุสลิมออกนอกประเทศ
โดยรวมจากการดีเบตครั้งนี้ ทรัมป์ พูดเยอะกว่า ถ้าเปรียบเป็นฟุตบอลก็ครองบอลได้มากกว่า มีโอกาสยิงประตูได้มากกว่า แต่ยิงไม่เข้ากรอบ โดยเฉพาะในการดีเบตยกแรกนี้ เขาถูกจับผิดว่าพูดเท็จหลายครั้งมาก