ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและรัสเซีย กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ล่าสุด ทางการสหรัฐ ออกมาแถลงว่า ได้ยุติความร่วมมือระดับทวิภาคีกับรัสเซียในการแก้ปัญหาความรุนแรงและการเจรจาหยุดยิงในซีเรีย โดยให้เหตุผลว่ารัสเซียไม่ปฏิบัติตามคำสัญญาในการผลักดันให้รัฐบาลซีเรียยุติการโจมตีฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งยังเป็นฝ่ายยกระดับการโจมตีทางอากาศถล่มเมืองอเลปโปด้วย อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ จะยังมีการสื่อสารกับรัสเซียต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายที่ปฏิบัติภารกิจในซีเรีย
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นไม่นาน หลังจากที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามในพระราชกำหนดระงับความร่วมมือด้านนิวเคลียร์กับสหรัฐในการกำจัดพลูโตเนียมที่ใช้ในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไม่มีกำหนด
ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในซีเรียยังเลวร้ายลงทุกขณะ ล่าสุด มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีงานแต่งของชาวเคิร์ด ในหมู่บ้าน ทางตอนเหนือของประเทศ มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 คน บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มไอเอสออกมาอ้างว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ
ขณะที่ปฏิบัติการทางการทหารและการโจมตีทางอากาศส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังพุ่งเป้าไปที่เด็กและโรงพยาบาล โดยเมื่อวานนี้ มีรายงานว่าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเมืองฮามา ต้องปิดให้บริการ เนื่องจากถูกโจมตีทางอากาศ จนห้องรับรองผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับความเสียหายหนัก ขณะที่ทีมกู้ภัยยังช่วยเหลือเด็กที่ติดอยู่ตามซากปรักหักพังได้อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่
ล่าสุด โลกออนไลน์ให้ความสนใจทวิตเตอร์ของเด็กหญิงวัย 7 ขวบ ที่อาศัยอยู่ในเมืองอเลปโป โดยเธอได้โพสต์ข้อความบอกเล่าเรื่องราวชีวิตที่ต้องอยู่ท่ามกลางเสียงระเบิดของสงคราม พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายนำสันติสุขกลับสู่ซีเรีย เพราะเธอยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อประกอบอาชีพครู