จากกรณีที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม หรือ มส.
พร้อมมีคำสั่งจากเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ให้พักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัด ภายหลังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ตรวจพบความไม่โปร่งใสในงบประมาณจัดงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสนโน) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณแผ่นดินที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. สนับสนุน
นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ระบุว่า เรื่องการเบิกจ่าย พบข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น วัดได้เปิดบัญชีและทยอยเบิกจ่ายเงินจำนวน 67 ล้านบาท จนขณะนี้มีเงินคงเหลือประมาณ 11 ล้านบาท
โดยทางวัดอ้างว่า เก็บไว้เพื่อจัดทำเครื่องสังเค็ด เช่น โต๊ะหมู่บูชา ถวายวัดต่างๆ แต่จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่า ของดังกล่าวมาจากการบริจาค ดังนั้น จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน
เช่นเดียวกับงบประมาณอีกกว่า 15 ล้านบาท ถูกกันไว้ใช้ในกองทุนจัดทำพระไตรปิฎก ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ ทางวัดจึงควรส่งคืนงบทั้ง 2 ส่วนนี้ทันที
ขณะที่งบประมาณ ส่วนใหญ่ที่ถูกใช้จ่ายภายในงานพระราชทานเพลิงศพฯ ไปแล้วกว่า 41 ล้านบาท แม้ว่าขณะนี้ สตง.ยังตรวจสอบที่มาที่ไปไม่ครบถ้วน แต่ก็พบความผิดปกติ เช่น การจัดทำตาลปัตร ราคาเล่มละ 1,500 บาท จำนวน 1,000 เล่ม , ย่ามอีกหลายพันชุด แต่กลับไม่ได้ส่วนลด ทั้งที่ซื้อของเป็นจำนวนมาก จึงไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
ส่วนการตรวจสอบทางวินัยสงฆ์ นายสมชาย สุรชาตรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ยืนยันว่า ขณะนี้พระพรหมสุธียังไม่มีความผิด และยังมีสถานะในสมณเพศต่อไป แต่คำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นไปตามจริยาพระสังฆาธิการ เมื่อถูกกล่าวโทษ ทำให้มัวหมอง ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบ หากไร้มลทินก็สามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งได้ แต่หากพบความผิดฐานยักยอกเงิน ก็ต้องถูกดำเนินคดี