โดยที่ก่อนหน้านี้ ผู้ประกาศข่าวหญิงคนนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ร่วมคณะไปด้วย เพราะเมื่อวันที่คณะเดินทาง จัดรายการ “สด” อยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ ตั้งแต่ 7 นาฬิกา ถึง 8 นาฬิกา ที่ช่อง 5 พร้อมใช้คำว่า “มีคน มโนว่าเธอไปต่างประเทศ”
โดยมีนักข่าวอีกคนที่ร่วมคณะไปด้วยในฐานะ ทีมข่าวช่อง 5 คือ นางเหมือนฝัน คงศณี โพสต์ภาพถ่ายที่ฮาวาย และร่วมยืนยันว่า สื่อมวลชนที่ร่วมคณะไป มีเพียง 2 คน คือ เธอ และช่างภาพอีก 1 คน ไม่มีนางสาวชลรัศมี ร่วมคณะไปด้วย
ส่วนภาพที่ถูกโพสต์ ว่าเป็นรายชื่อผู้โดยสาร ที่มีชื่อผู้ประกาศข่าวคนนี้ และภาพในสนามบิน ที่มีผู้หญิงใส่ชุดสีดำ จนถึงขนาดนี้ ยังไม่มีแหล่งที่มาใด ยืนยันได้ว่า เป็นเอกสารจริง และภาพจริงในเหตุการณ์นั้น ทีมข่าว PPTV จึงไม่สามารถนำมาใช้อ้างอิงได้
ในคณะนี้ มีผู้โดยสาร 2 คน ที่ไม่ใช่ข้าราชการ และถูกวิจารณ์ว่ามาจากองค์กรเอกชนใหญ่แห่งหนึ่ง โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ทั้ง 2 คน ร่วมคณะไปในฐานะที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ และทำงานกับ คสช.มาโดยตลอด
ส่วนเอกสาร ที่ถูกอ้างว่า เป็นรายชื่อผู้โดยสาร ที่ถูกเผยแพร่ออกมา โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเอกสารนี้ จึงบอกไม่ได้ว่าเป็นเอกสารจริง หรือ ปลอม แต่เบื้องต้น หากพบว่า ข้อมูลที่ถูกนำเสนอออกมา มีเจตนาใส่ร้าย หมิ่นประมาท ก็จะดำเนินการทางกฎหมาย ช่วงท้ายของการแถลง สื่อมวลชน ขอให้พลตรีคงชีพ ยืนยันอีกครั้ง ว่าไม่มีผู้ประกาศข่าวคนนี้ไปด้วย จึงได้คำตอบว่า “ผมไม่ได้โกหก”
อีกหนึ่งข้อสงสัย ที่ถูกตั้งคำถามอย่างมากในโลกออนไลน์ คือ คลิปรายการ เช้านี้ประเทศไทย ที่นางสาวชลรัศมี โพสต์ว่า จัดรายการสด วันที่ 30 กันยายน วันเดียวกับที่คณะออกเดินทางไปฮาวาย แต่ในยูทูปที่เผยแพร่รายการนี้ กลับแสดงข้อมูลว่า ถูกโพสต์ขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน
ล่าสุด ผู้อำนวยการฝ่ายรายการ ของ ททบ.5 ไปยื่นขอให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท.ตรวจสอบหาที่มา โดยยืนยันว่า ททบ. 5 ไม่ได้โพสต์คลิปนี้ในวันที่ 29 กันยายนอย่างแน่นอน
ประเด็นนี้ ทาง ปอท. เห็นว่า มีความเป็นไปได้หลายทาง ที่คลิป จะแสดงวันที่ถูกโพสต์ไม่ถูกต้องตั้งแต่ความผิดพลาดในระหว่างโพสต์ หรือ อาจถูกแก้เวลาหลังการโพสต์ก็ได้ ซึ่ง ททบ.5 ยังยืนยันว่า นางสาวชลรัศมี มาจัดรายการสด ทุกวัน
ในแฟนเพจของรายการ เช้านี้ประเทศไทย ก็ขึ้นข้อความชี้แจงด้วยเช่นกัน โดยระบุว่า ในยูทูปแสดงเวลาของรายการที่ผิดไปจากความเป็นจริง 1 วัน พร้อมแสดงให้เห็นข้อมูลการอัพโหลดของทีมงาน แสดงวันที่ 3 ตุลาคม พร้อมตั้งข้อสังเกตอาจมีความผิดพลาดจากการ “ตั้งค่าเวลา
เรื่องนี้ถูกตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นเพียงแค่ “ราคา” การบินไปฮาวายของคณะ สูงเกินไปหรือไม่เท่านั้น จนกลายมาเป็นการค้นหารายชื่อผู้ร่วมคณะเดินทางไปด้วย และแม้ว่า ทุกฝ่ายทั้งกระทรวงกลาโหม ททบ.5 และผู้ที่ถูกกล่าวหา ยืนยันตรงกันว่า ไม่ได้ร่วมคณะไปฮาวายแน่นอน แต่วันนี้ก็มีความเคลื่อนไหว ขอให้ “ปิดรายงาน” ที่เกี่ยวข้องกับ ผู้ประกาศข่าวคนนี้ใน สำนักข่าวอิศรา ที่เขียนไว้เกือบ 2 ปีแล้ว
เที่ยงวันนี้สำนักข่าวอิศราได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ดูแลเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา ว่า แอดมิน ผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ ได้แจ้งขอให้ สำนักข่าวอิศรา ปิดรายงาน เรื่อง 'ปีทองของ“ชลรัศมี”ผู้ประกาศข่าวสาว ททบ. 5 โกยรายได้ลิ่ว 34 ล้าน' ที่เคยนำเสนอไว้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2557 ทันที โดยให้เหตุผลว่า CS Loxinfo ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจอินเตอร์เน็ต ได้รับแจ้งจากเว็บไซต์กลางของหน่วยงานราชการขอความร่วมมือระงับเผยแพร่ข้อมูลรายงานเรื่องนี้บนสื่ออินเตอร์เน็ต
ด้านบรรณาธิการสำนักข่าวอิศรา ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ดูแลเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา ประสานไปยัง ผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ เพื่อขอคำชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และขอให้ระบุเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่ประสานงานขอให้ปิดรายงานเรื่องนี้ โดยขอให้แจ้งตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร
เมื่อเช้านี้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักรัฐธรรมนูญไทย ไปยื่นขอให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบการเดินทางไปต่างประเทศแบบเช่าเหมาลำของหน่วยงานรัฐทุกโครงการ ทั้งรัฐบาลนี้ และรัฐบาลก่อนหน้านี้ ว่าเป็นการใช้งบประมาณคุ้มค่าหรือไม่ และล่าสุด PPTV ตรวจสอบกับสำนักข่าวอิศรา ได้รับแจ้งว่า คำขอให้ปิดรายงานชิ้นนี้ ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยสำนักข่าวอิศรา ไม่ได้ปิดรายงานชิ้นนี้ตั้งแต่แรก
ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ยอมรับว่า ได้รับรายชื่อผู้โดยสารทั้ง 38 คน ที่ร่วมเดินทางไป จากสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่เปิดเผยไม่ได้ เพราะอาจกระทบความมั่นคง เพราะเป็นรายชื่อบุคคลในหน่วยงานด้านความมั่นคง และยืนยันไม่มีบุคคลภายนอก ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไปด้วย ผู้ว่า สตง. ยังบอกว่า รายชื่อที่ปรากฏออกมาในสื่อออนไลน์ อาจเป็นรายชื่อที่ยังไม่เป็นทางการ แต่รายชื่อที่เป็นทางการอยู่กับ สตง.แล้ว