นายวีร์รวุทธ ปุตระเศรณี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ ได้แจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอโดยเฉพาะ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย และอำเภอป่าโมก และเตรียมจัดกำลังพลไว้หากเกิดเหตุคับขันเพราะระดับน้ำจะสูงขึ้นอีกเกือบ 1เมตร หลังจากทางเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนปริมาณ 2,196 ลบ.ม./วินาที เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและรักษาสมดุลระหว่างปริมาณน้ำเหนือเขื่อนและปริมาณน้ำระบบท้ายเขื่อนโดยจะทยอยปรับเพิ่มเป็นลำดับ
ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา ชาวบ้านวังกุ่ม อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ต้องเดินลุยน้ำลึกกว่า 1 เมตร เข้าบ้าน หลังจากที่ช่วงนี้ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้น้ำเหนือจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร และน้ำจากพื้นที่ อ.เมือง อ.โนนไทย และ อ.โนนสูง ไหลลงมาในพื้นที่ อ.พิมาย อย่างต่อเนื่อง จนทำให้น้ำในลำจักราช ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำมูล เกิดการเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
ทางด้าน นายประเสริฐ เล็กรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน รักษาการผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ กรมชลประทาน ระบุว่า เขื่อนพระรามหก จะเพิ่มปริมาณการปล่อยน้ำไป ส่วนผลกระทบบริเวณท้ายเขื่อน จะเป็นเขตเทศบาลตำบลท่าเรือ อ.ท่าเรือจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งตามศักยภาพแล้วถ้าเขื่อนปล่อย 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้นำเอ่อล้นบริเวณใต้สะพานทางรถไฟ สำหรับตลาดท่าเรือซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจยังไม่ได้รับผลกระทบ หากเพิ่มเป็น 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาจทำให้ตลาดท่าเรือเผชิญกับภาวะน้ำท่วมได้ อย่างไรก็ตาม ทางเทศบาลได้เตรียมกระสอบทราย ส่วนทางกรมชลประทานเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้พร้อมแล้ว ทั้งนี้ ในปีนี้ทางเขื่อนพระรามหก จะพยายามบริหารจัดการการปล่อยน้ำไม่ให้เกิน 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักที่สำคัญ คือ เรื่องฝนและปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ด้วย