วันนี้ (10 ต.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานชลประทานที่ 11 สังกัดกรมชลประทาน รับผิดชอบพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างครอบคลุมพื้นที่ จ.นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ และบางส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา,สุพรรณบุรี, นครนายก และ ฉะเชิงเทรา ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่น้ำไหลผ่านก่อนถึงกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ก็มีจุดต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ จ.ปทุมธานี เน้นริมฝั่งเจ้าพระยา เนื่องจากบางแห่งมีลักษณะต่ำกว่าตลิ่ง และบริเวณริมฝั่งคลองระพีพัฒน์ ส่วนภาพรวมการประเมิน ปัจจุบันพบว่าระดับน้ำยังอยู่ห่างจากอุทกภัยปี 2554 อยู่มาก จึงไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลเกินเหตุ แต่ก็ไม่ควรประมาทเช่นกัน
ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่สองฝั่งริมน้ำท่าจีนและพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งกั้นแนวกระสอบทรายและเตือนประชาชน ให้เก็บของขึ้นที่สูง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้ระบายน้ำลงทุ่งทางฝั่งท้ายน้ำของเขต อำเภอบางปลาม้า และสองพี่น้อง เนื่องจากมีนาข้าวที่รอการเก็บเกี่ยวอีกประมาณ 33,000 ไร่ จึงต้องชะลอการปล่อยน้ำไปอีกประมาณ 15 วัน เพื่อไม่ให้นาข้าวของเกษตรกรได้รับความเสียหาย
ด้านจังหวัดมหาสารคาม มวลน้ำจากจังหวัดชัยภูมิที่ไหลผ่านแม่น้ำชี ประกอบกับปริมาณน้ำที่สะสมในพื้นมหาสารคาม ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำและลำคลองต่างๆ มีปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขื่อนระบายน้ำฝายวังยางจึงเร่งระบายน้ำในช่วงที่จะเกิดน้ำหลาก ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน และเตือนเกษตรกรที่อาศัยอยู่ 2 ฝั่งแม่น้ำชีให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไปว่า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีปริมาณฝนน้อย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ยังมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่งขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกหนักบางแห่ง
อ่านเพิ่ม >>> ชาวปทุมธานีเริ่มเก็บของขึ้นที่สูงหลังเขื่อนระบายน้ำเพิ่ม (คลิป)