“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
เป็นปฐมพระบรมราชโองการ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2493
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงเป็นประมุขแห่งราชอาณาจักรไทย ในวันที่ 9 มิถุนายน 2489 เป็นต้นมา พระองค์ได้ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอดพระชนม์พรรษาของพระองค์ อย่างมิเคยว่างเว้น
พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ มีหลายประการ โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ของประเทศ และทรงงานอย่างหนักตลอด 70 ปีของการครองราชย์ ทั้งพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข ,พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ,พระราชกรณียกิจด้านศาสนา ,พระราชกรณียกิจด้านความมั่นคงภายในประเทศ ,พระราชกรณียกิจด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ,พระราชกรณียกิจด้านศิลปวัฒนธรรมและพระราชกรณียกิจด้านการกีฬา
“พระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน” เป็นพระราชสมัญญา ที่กระทรวงศึกษาธิการได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พุทธศักราช 2553 ด้วยทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์แก่แวดวงการศึกษาเหลือคณานับ โดยเฉพาะหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นทฤษฎีที่สำคัญยิ่งแก่สังคมไทยและแวดวงการศึกษา
แต่พระราชสมัญญานี้ นับเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของคุณูปการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณมอบไว้ให้กับแผ่นดินไทยเพราะพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทยพระองค์นี้ ได้ชื่อว่า เป็น “พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก” ทุกก้าวย่างที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปถึง ล้วนเป็นพระราชกรณียกิจที่ล้ำค่ากับแผ่นดินไทยอย่างสูง หาที่สุดมิได้
โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านการเกษตร และการยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ทรงเล็งเห็นว่า การเกษตรเป็นรากฐานและชีวิตของปวงชนชาวไทยทุกคน
หรือเรื่อง “น้ำ” ที่มีโครงการทั้งการแก้ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาอุทกภัย การบำบัดน้ำเสีย ที่สำคัญยังทรงวิจัยและริเริ่มโครงการฝนหลวงเพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้ง สำหรับพื้นที่นอกเขตชลประทาน รวมไปถึงเรื่องของการชลประทาน การพัฒนาดิน การวิจัยพันธุ์พืช และปศุสัตว์ อีกมากมายหลายโครงการ
อาทิ “โครงการ ชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” จังหวัดเพชรบุรี ที่มีพระราชดำริให้ตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดมาปลูกในพื้นที่ 250 ไร่ แล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านช่วยกันดูแล จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้กองงานส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง เข้าพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดทำเป็นโครงการทดลองด้านเกษตร และเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการด้วยพระองค์เอง ซึ่งโครงการนี้ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 ซึ่งนับเป็นพระราชกรณียกิจ ในช่วงท้ายๆ ของพระชนม์ชีพของพระองค์ ที่ยังคงทรงงานหนักเพื่อประชาชน แม้อยู่ในช่วงที่ทรงพระประชวร
นับเป็นความจริงอย่างที่สุด สำหรับการที่สื่อต่างๆ ต่างเปรียบเปรยตรงกันว่า “ไม่มีหญ้าต้นไหนในประเทศไทย ที่พระองค์ไม่เคยเหยียบย่าง”