วันที่ 4 ของการเดินทาง ของนายไมเคิล เดวิด แฮมมิล อายุ 46 ปี ชาวออสเตรเลีย เพื่อมุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง เดินมุ่งหน้ามาตามเส้นทางไปยังถนน สาย 41 สายเพชรเกษม ไปยังกรุงเทพฯ ในวันนี้ นายไมเคิล สีหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเส้นทาง และเดินได้รวดเร็วกว่าวันที่ผ่านมา เนื่องจากวันนี้ไม่ได้แบกเป้สัมภาระเพราะเจ้าหน้าที่ช่วยขับรถตามดูแลไว้ให้ โดยตลอดเส้นทางเดินยังคงมีประชาชน มาคอยให้กำลังใจ คาดวันนี้สามารถเดินได้ในระยะทางไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตร
นายอธิตา ศรีทวีป อายุ 30 ปี หรือ บ่าวตา ชาวจังหวัดสตูล ออกเดินเท้าด้วยเสื้อผ้าชุดเดียวพร้อมเงินสดติดตัวเพียง 80 บาท โดยถือพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไว้ด้านหน้าและแขวงธงชาติไทยไว้ด้านหลัง มุ่งหน้าเดินทางสู่พระบรมมหาราชวัง โดยถือฤกษ์ออกเดินทางวันนี้ในเวลา 09.09 นาที จากบริเวณหน้าสนามกีฬาจิรนครเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งตลอดเส้นทางได้รับกำลังใจจากชาวบ้าน
นายอธิตา บอกว่า ตั้งใจเดินเท้าไปไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีเสื้อผ้าชุดเดียวและรองเท้ากีฬาที่แม่ของเพื่อนซื้อให้ ซึ่งจะเดินแบบถึงค่ำที่ไหนก็จะนอนที่นั่น แม้จะต้องใช้เวลาในการเดินทางหลายวันก็ตาม อีก
นายสาธิต จันทรังษี หรือ ลุงหมี อายุ 54 ปี ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปั่นวีลแชร์ จากบ้านพักที่จังหวัดพิษณุโลก มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล่าสุดวันนี้ปั่นวีลแชร์ถึงจังหวัดอ่างทองแล้ว คาดว่าใช้เวลา 7 วัน ในระยะทางกว่า 270 กิโลเมตร ในการออกปั่นครั้งนี้ได้มีเพื่อนร่วมเดินทาง 1 คน คือ นายณฐภัทร ศิริมงคลพันธุ์ อายุ 28 ปี เจ้าของร้านอาหารหมูหันสองพี่น้อง ร่วมปั่นจักรยาน คอยดูแลและให้ความสะดวกกับลุงหมี ตั้งแต่ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ซึ่งในคืนนี้ลุงหมีจะเข้าพักในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก่อนเริ่มเดินทางอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
สำหรับลุงหมี เคยปั่นวีลแชร์จาก จังหวัดพิษณุโลก เป็นเวลากว่า 12 วัน ระยะทาง 400 กิโลเมตร มาถึงโรงพยาบาลศิริราช เพื่อลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่งด้วย