ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ประชาชนทั่วไปและหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยนอกจากกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอำนวยความสะดวก แก่ผู้ที่เดินทางมาถวายความอาลัยที่ท้องสนามหลวง ด้วยการบริการรถมอเตอร์ไซค์ฟรี แจกจ่ายอาหารและของว่าง แจกเสื้อดำ ริบบิ้นดำ และยอมผ้าดำ แก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งหลายกิจกรรมได้ขยายไปในทุกพื้นที่ของประเทศด้วยนั้น
ขณะนี้อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนไทยทั่วประเทศ พร้อมใจกันจัดทำขึ้นเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาที่อย่างหาที่สุดมิได้ คือ “การแปรอักษร” เป็นสัญลักษณ์หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในทางปฏิบัติการแปรอักษรแม้จะดูเป็นกิจกรรม ที่ไม่ต้องใช้พลังแรงกายและภาพออกมาดูสวยงาม แต่ในความเป็นจริงนั้นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และความสมัครสมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
โดยในส่วนของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษานั้น วานนี้นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญได้ซักซ้อมการแปรอักษร พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนจัดกิจกรรมจริงในวันศุกร์นี้
ขอบคุณภาพจาก Voravit Visitbunditkul
ขณะที่ในวันนี้ (26 ต.ค. 2559) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ทั้งฝั่งประสานมิตรและฝั่งองครักษ์ ได้จัดกิจกรรมแปรอักษรเพื่อถวายความอาลัยเช่นกัน
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฝั่งประสานมิตร (ขอบคุณภาพจาก PRswu)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ฝั่งองครักษ์ (ขอบคุณภาพจาก PRswu)
ส่วนในวันที่ 28 ต.ค. นี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะจัดกิจกรรมแปรอักษรและพระบรมฉายาลักษณ์ ในรูปแบบชุดการแสดงคล้ายกับการโชว์ ในช่วงพักครึ่งฟุตบอลประเพณีจุฬา - ธรรมศาสตร์ เพื่อถวายความอาลัย
การแปรอักษรเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยครั้งแรก ในปี 2485 โดย มาสเตอร์เฉิด สุดารา แห่งโรงเรียนอัสสัมชัญ ซึ่งในเวลาต่อมาได้รับการยกย่องเป็น "บิดาแห่งการแปรอักษร" ในการแข่งขันฟุตบอลรุ่นกลางชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมโรงเรียนอัสสัมชัญกับทีมโรงเรียนช่างก่อสร้างอุเทนถวาย ด้วยความสามารถทำให้หลายครั้ง การนำผลงานแสดงต่อสาธารณชนหลายครั้ง เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้ที่ได้ชมเป็นอย่างมาก ถือเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่ที่เกิดขึ้น ในวงการเชียร์กีฬา และได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ ในระยะต่อมาได้เริ่มนำการแปรอักษร มาใช้สำหรับกิจกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากการเชียร์กีฬา
ปัจจุบันรูปแบบการแปรอักษรในประเทศไทย ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ไม่เฉพาะการแปรบนอัฒจันทร์เท่านั้น แต่ยังนิยมแปรอักษรในพื้นที่โล่งแจ้งขนาดใหญ่ เช่น ลานกว้าง หรือสนามหญ้า เพื่อเก็บภาพมุมสูงจากโดรน โดยข้อความหรือรูปภาพที่นำมาแปรอักษรนั้น มักสื่อถึงชื่อสถาบัน องค์กร รวมไปถึงผู้ที่คนไทยทุกคนเคารพรัก ซึ่งนอกจากจะให้ความรู้สึกสวยงามตระกาลตาแล้ว ยังเปรียบเสมือนเป็นการแสดงความรักและเทิดทูนอย่างสูงสุดด้วย
ข้อมูลบางส่วนเรียบเรียงจาก
- วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
- เว็บไซต์ Assumption College
ขอบคุณภาพประกอบจาก Prachaya Piemkaroon