หลังจาก คสช.มีนโยบายจัดระเบียบรถตู้ต่างจังหวัดรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา หนึ่งในผู้ใช้บริการรถตู้อย่าง บุญลือ รุ่งสันเทียะ อายุ 43 ปี ผู้ป่วยกระจกตาเสื่อม เธอเป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการรถตู้โดยสารเป็นประจำ เนื่องจากต้องเดินทางจากบ้านที่จังหวัดสระแก้วมาพบตามแพทย์นัดหมายถึงเดือนละ 4 ครั้ง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางก่อนหน้านี้อยู่ที่ 600 บาท แต่เมื่อย้ายรถตู้มาที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2 ทำให้ค่าจ่ายของเธอเพิ่มขึ้นทันทีกว่า 200 บาทต่อเที่ยว จากการต่อรถแท็กซี่ไปยังโรงพยาบาลศิริราช ไม่ต่างกับอีกหลายคน
ด้านผู้ประกอบการรถตู้ ชี้ตั้งแต่จัดระเบียบรถตู้จำนวนผู้โดยสารลดลงมากกว่าร้อยละ 30 ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอค่าใช้จ่าย ซึ่งมองว่าผู้โดยสารเดินทางไม่สะดวกจึงตัดสินใจไม่ใช้บริการ
ขณะที่บริษัท ขนส่ง หรือ บขส. คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 1 เดือน การบริการทั้งหมดถึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ และยืนยันว่าคณะทำงานจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะได้มีการประเมินผลแบบวันต่อวันเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งหมด แต่ฟากฝั่งโลกออนไลน์ กลุ่มคนบางส่วนทีไม่เห็นด้วย รวมตัวกันล่ารายชื่อเสนอ คสช. ภายใต้ แคมเปญ ที่ชื่อว่า “รถตู้อนุสาวรีย์ย้ายไปแล้วลำบากมาก”
โดยประเด็นสำคัญระบุว่า สรุปใครได้ประโยชน์จากการที่ไม่มีรถตู้รอบอนุสาวรีย์ ซึ่งทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการลำบาก ทั้งในเรื่องระยะเวลาการเดินทาง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังเผชิญกับปัญหารถติดเช่นเดิม ล่าสุดมีลงชื่อสนับสนุนทะลุ 1,000 คนแล้ว ซึ่งต้องติดตามว่าหลังจากนี้ ความเห็นต่างๆของผู้ใช้บริการรถตู้ จะไปถึง คสช.หรือไม่
บวร แนวฤทธิกุล ถ่ายภาพ
ขวัญ โม้ชา พีพีทีวี รายงาน