ข้าวในนาแปลงนี้ที่ ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เหลือระยะเวลาอีกแค่ประมาณ 2 เดือนเท่านั้นก็จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว สมพิศ เจ้าของนาบอกว่า ตัดสินใจเลือกปลูกข้าวพันธุ์หอมปทุม ทั้งที่ใช้เงินลงทุนสูงกว่าข้าวพันธุ์อื่น เพราะหวังจะเก็บไว้กินเอง และขายได้ในราคาสูงขึ้น แต่ราคารับซื้อข้าวขณะนี้ที่ไม่ถึงตันละ 6,000 บาท ก็ทำให้เธอเริ่มเป็นกังวล
ไม่ต่างจากความกังวลของบังอร ชาวนาอีกรายที่ก่อนหน้านี้ขายข้าวได้เพียงตันละ 3,500 บาทเท่านั้น ทั้งที่ลงทุนไปกว่า 5,000 บาท เธอบอกว่าข้าวพันธุ์พิษณุโลก 2 ในนาที่เหลือ ใจหนึ่งก็อยากสีขายเอง แต่คงทำไม่ได้เพราะพันธุ์ข้าวที่ปลูกไม่ใช่พันธุ์ที่นิยมหุงกิน ขณะเดียวกันเธอไม่มีตลาดรับซื้อที่สามารถให้เงินก้อนมาใช้หนี้และใช้จ่ายในครอบครัวได้
ชาวนา ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง บอกว่าในระแวกนี้มีท่าข้าวไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง แต่มีโรงสีชุมชนเพียงแค่แห่งเดียว อยู่ไกลไปอีก 15 กิโลเมตร ซึ่งก็พอจะสะท้อนให้เห็นว่าการขายข้าวให้โรงสีสำหรับชาวนาที่นี่ยังเป็นวิธีที่ดีที่สุด จึงอยากให้รัฐบาลช่วยพยุงราคาข้าวให้ดีกว่านี้