วันนี้ (11 พ.ย. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหมือนว่าชาวอเมริกันจะไม่สนใจคำเรียกร้องของ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ที่อยากจะเห็นประชาชนรวมกันเป็นหนึ่ง และร่วมกันสร้างชาติให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เพราะตั้งแต่ทราบผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ ก็มีการออกมาออกมาเคลื่อนไหว ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง
เริ่มตั้งแต่ที่ด้านหน้าอาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในย่านแมนฮัตตัน ของมหานครนิวยอร์ก ซึ่งแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามนำแผงคอนกรีตมากั้น และยกระดับคุมเข้มความปลอดภัยโดยรอบ แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้คัดค้านทรัมป์หลายร้อยคนมารวมตัวถือป้ายที่มีข้อความว่า “Not my president” หรือ “คุณไม่ใช่ประธานาธิบดีของเรา” ส่งผลให้การจราจรในบริเวณดังกล่าวหยุดชะงัก
บรรยากาศในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ชุมนุมก่อเหตุจุดไฟเผาไม้และถังขยะและพยายามจะเคลื่อนขบวนเข้าไปในถนนหลวง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ปราบจลาจลพร้อมอาวุธตั้งแถวสกัดไว้ เช่นเดียวกับที่ศาลาว่าการลอสแอนเจลิส ที่กลุ่มผู้ประท้วงพากันจุดไฟเผาหุ่นกระดาษของทรัมป์
กระแสต่อต้านทรัมป์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแผ่นดินสหรัฐฯ แต่ยังลามไปถึงสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงลอนดอน ด้วย ชาวอเมริกันที่นี่มารวมตัวกันเพื่อต่อต้านทรัมป์ โดยพวกเขาบอกว่า ยอมรับผลการเลือกตั้ง แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าทรัมป์เป็นคนไม่น่าเคารพ ส่วนที่ด้านหน้าสถานทูตสหรัฐ ประจำกรุงมะนิลา ของฟิลิปปินส์ มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งมาประท้วง เผารูปภาพของทรัมป์ โดยพวกเขาเชื่อว่า สถานการณ์โลกจะย่ำแย่ลง เนื่องจากสหรัฐภายใต้การนำของทรัมป์ จะกลายเป็นประเทศที่ต่อต้านมุสลิม คนผิวสี และผู้อพยพ ซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งและสงครามได้ง่ายขึ้น