การเดินทางพบ นาย โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ที่นครนิวยอร์กครั้งนี้ เป็นการแวะพบปะหารือกันนอกรอบก่อนที่นายอาเบะจะเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดด้านการค้าเอเชีย-แปซิฟิก ที่ประเทศเปรู และเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ว่าจะหันหลังให้กับพันธมิตรในเอเชียหรือไม่ หลังจาก ทรัมป์ ยืนกรานว่าญี่ปุ่นต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการวางกำลังทหารสหรัฐฯ เพิ่ม
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังวิจารณ์ข้อตกลงจัดตั้งเขตการค้าเสรีที่ ประธานาธิบดีโอบามาทำไว้กับกลุ่มประเทศภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ถึงขั้นว่าประกาศว่าจะตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นาย อาเบะ กล่าวถึงการพบกับว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ครั้งนี้ว่า เขาต้องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และวางกรอบในการทำงานร่วมกันไปสู่เป้าหมาย ซึ่งก็คือสันติภาพของโลก
สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์การเมืองแสดงความเป็นห่วงว่า หากกองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังกลับประเทศตามนโยบายที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ ประเทศที่เคยพึ่งพาแสนยานุภาพของสหรัฐฯ เพื่อถ่วงดุลอำนาจ เช่น เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ก็อาจจะตกที่นั่งลำบากได้ ขณะที่จีนเองก็อาจจะขยายอิทธิพลในภูมิภาคได้มากขึ้น