วันนี้ (25 พ.ย. 59) ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า นายประดิษฐ์ ขันอาสา "จ้ำใหญ่คำชะโนด" หรือหมอพิธีประจำคำชะโนด นำคณะนายสมหวัง พวงบางโพ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ลงพื้นที่ป่า “วังนาคินทร์คำชะโนด” ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอบ้านดุง เพื่อดูต้นชะโนดตามเส้นทางเดิน ศาลเจ้าปู่ศรีสุทโธ ,บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และบริเวณต้นมะเดื่อยักษ์ พบว่าต้นชะโนดขนาดใหญ่ที่เรียกว่าต้นปู่-ย่า ส่วนมากมีสภาพใบสีเขียวอ่อน ปลายใบโค้งห้อยลงมาลักษณะเหี่ยว บางต้นตายปลายหักไม่ทราบสาเหตุ บางต้นถูกลมพายุพัดหักโค่น ขณะเดียวกันไม่พบว่ามีต้นขนาดใหญ่ ที่เรียกว่าต้นพ่อ-แม่ มีเพียงต้นลูกหลานที่อายุน้อยกว่า10 ปี และต้นกล้าที่มีใบเลี้ยงงอกพ้นดินขึ้นมา
จ้ำใหญ่คำชะโนคบอกกับผู้สื่อข่าวว่า โดยปกติแล้วต้นชะโนดจะออกลูกราวเดือนเมษายนของทุกปี ก่อนที่ลูกชะโนดจะร่วงหล่นลงดินและงอกเป็นต้นไม้ในรุ่นถัดไปต่อไป แต่สภาพปัจจุบันที่พบว่าต้นชะโนดไม่มีลูกมานาน 1 – 2 ปีแล้ว และไม่ทราบว่าทำไมจึงไม่มีต้นชะโนดในรุ่นพ่อ-แม่ เหลือเฉพาะรุ่นปู่ย่า และรุ่นลูกหลานเท่านั้น ที่ผ่านมาหากจะนำเมล็ดและต้นชะโนด ออกจากป่าคำชะโนดต้องทำพิธีขอ จากเจ้าปู่ศรีสุทโธ ก็มีคนมาขอไปเพาะพันธุ์ เพื่อนำไปทดลองปลูก โดยนำไปปลูกในสถานที่ราชการ และนำกลับมาปลูกคืนในป่าคำชะโนด
การลงพื้นที่สำรวจในครั้งนี้มีที่มาจากการร้องเรียนของชาวบ้านให้เข้ามาตรวจสอบการยืนต้นตายของต้นชะโนดว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ นักวิชาการมองว่าปัญหาคือ สภาพแวดล้อมส่งผลกระทบ ทั้งจากฝีมือของมนุษย์ทางตรงและทางอ้อม การบุกรุกพื้นที่ทางน้ำไหล การก่อสร้างภายในป่าคำชะโนด กิจกรรมภายในป่า ปัจจัยทางเคมีของน้ำ ดิน สัตว์ต่าง ๆ จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
สำหรับต้นชะโนดนั้นเกิดขึ้นในป่าพรุทางภาคใต้ และบางพื้นที่ของ จ.ลพบุรี แต่เกิดแบบต้นเดี่ยว แต่ที่ป่าคำชะโนดอุดรธานี ถือว่าเป็นต้นชะโนดกลุ่มใหญ่แห่งเดียวของประเทศ