ปปช.แถลงปิดสำนวนถอดถอนนิคม-สมศักดิ์


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นายนิคม ไวยรัชพานิช เดินทางมาแถลงปิดคดีด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันทำหน้าที่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา อย่างเคร่งครัด ขณะที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ไม่ได้เดินทางมาแถลงปิดคดี


การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. มีวาระสำคัญเกี่ยวกับการแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ปปช. ในฐานะผู้กล่าวหา นายนิคม ไวยรัชพานิช และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานวุฒิสภา และอดีตประธานรัฐสภา ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา หลังมีการแถลงเปิดคดีและการตอบข้อซักถาม ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาไปแล้วเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา


นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ปปช. ยังคงยืนยันว่า แม้รัฐธรรมนูญปี 50 จะยกเลิกไปแล้ว แต่ไม่ทำให้กระบวนการถอดถอนของ ป.ป.ช.สิ้นสุดลง เนื่องจากมีประกาศ คสช.ยังคงให้พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ยังมีผลบังคับใช้อยู่ โดยเห็นว่า การกระทำของนายนิคมส่งผล กระทบต่อระบบการเมืองการปกครองอย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้ที่ทำหน้าที่ประธานวุฒิสภา และรองประธานรัฐสภา ต้องทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง แต่ในกรณีของนายนิคม ที่ตัดสิทธิ์สมาชิกในการอภิปรายการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ที่มีสมาชิกที่แปรญัตติ และสงวนคำแปรญัตติที่ต้องการอภิปรายจำนวนมาก ถือเป็นการตัดสิทธิ์ โดยใช้เสียงข้างมากในที่ประชุม


ทั้งนี้การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้มีความสำคัญในการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เห็นว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีจริยธรรมที่เหมาะสม


ขณะที่นายนิคม แถลงปิดคดีว่า ตลอดการทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต เพื่อดำเนินการประชุมให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย โดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเข้มข้นด้วยข้อบังคับการประชุม ปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่วนการสั่งปิดอภิปรายทั้งๆ ที่ยังมีผู้แปรญัตติอีกเป็นจำนวนมากนั้น ต้องดูเจตนาของผู้แปรญัตติในแต่ละมาตราว่ามีเจตนาต้องการสร้างความวุ่นวายหรือไม่


ทั้งนี้ การลงมติในวันที่ 23 มกราคมนี้ เชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม และพร้อมยอมรับในมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในทุกกรณี


ส่วนกรณีการแถลงปิดคดีถอดถอนนายสมศักดิ์ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ที่วันนี้ไม่ได้ส่งหนังสือขอแถลงปิดสำนวนด้วยวาจา และไม่ได้เดินทางมาแถลงปิดสำนวน ปปช.จึงแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาฝ่ายเดียว


ซึ่งนายวิชา แถลงยืนยันว่า อดีตประธานรัฐสภา มีพฤติกรรมส่อใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรมนูญ และ กฎหมายอื่นใน 5 ประเด็น ทั้งประเด็นที่มาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ สว. การเสนอวันแปรญัตติ ที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ/การจงใจปิดการอภิปราย รวมไปถึงให้มีการลงมติขณะที่ยังมีผู้ขอสงวนคำแปรญัตติอีกเป็นจำนวนมากเช่นกัน


โดยหลังจากการแถลงปิดสำนวนด้วยวาจาในวันนี้แล้ว ทาง สนช.ได้กำหนดให้วันที่ 23 มกราคมนี้ เป็นการลงมติลับในคดีการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งกรณีของนายนิคมและนายสมศักดิ์ รวมไปถึงนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่จะมีการแถลงปิดสำนวนในวันพรุ่งนี้ด้วย

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ