หลังเกิดเหตุพนักงานหญิงวัย 24 ปีของบริษัทเอเจนซีโฆษณาแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเสียชีวิตจากการกระโดดตึกเพราะเกิดความเครียดและเป็นโรคซึมเศร้าจากการทำงานหนักเมื่อปีที่แล้ว จนทำให้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการจัดการปัญหาดังกล่าว รวมถึงยกเครื่องกฎหมายแรงงานในประเทศอีกครั้ง
ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำการสำรวจพบว่า มีมนุษย์เงินเดือนจำนวน 1 ใน 5 หรือหลายสิบล้านคน มีความเสี่ยงที่จะทำงานหนักเกินไปจนนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า คาโรชิ หรือแปลว่าโรคเสียชีวิตจากการทำงานมากเกินไป
ทั้งนี้คำว่า คาโรชิ ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในช่วงปี 1970 ซึ่งเป็นยุคหลังสงครามของญี่ปุ่นที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
โดยศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาของมหาวิทยาลัยโอซากา ระบุว่า แพทย์หลายคนพบว่ามีพนักงานออฟฟิศจำนวนหนึ่งที่แม้จะดูสุขภาพดี แต่กลับเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซึ่งแพทย์เชื่อว่าสาเหตุอาจเป็นเพราะโรคหัวใจที่เกิดจากการทำงานหนักเกินไป
ซึ่งนับตั้งแต่ปีช่วง 1980 เป็นต้นมา กลุ่มทนายความด้านสิทธิแรงงานและภาคประชาชนได้ผลักดันให้แก้กฎหมายเพื่อปรับปรุงสภาพการทำงาน จนกระทั่งเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา ได้มีการออก กฎหมายดังกล่าวตามที่มีการเรียกร้อง แต่ไม่มีการบังคับให้นายจ้างต้องออกมาตรการใดๆ เป็นพิเศษ ขณะที่บริษัทต่างๆในญี่ปุ่นยังถือว่าการทำงานมากเกินไปถือเป็นเรื่องปกติ