แนะผู้ใหญ่ “หงุดหงิดง่าย” – “สมาธิไม่ดี” พบแพทย์ตรวจ “โรคสมาธิสั้น” ก่อนอาการรุนแรง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรมสุขภาพจิต แนะบุคคลที่มีอาการเข้าข่ายเป็นโรคสมาธิสั้น รีบพบแพทย์ตรวจวินิฉัยและรักษาให้เร็วที่สุด เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุและใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้เป็นปกติ

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) ไม่ใช่อาการที่พบได้เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น วัยหนุ่มสาวหรือวัยผู้ใหญ่ก็พบได้เช่นกัน อาการสมาธิสั้นในผู้ใหญ่จะไม่ซนเหมือนเด็ก แต่จะมีปัญหาเรื่องการวางแผน การแก้ไขปัญหา หงุดหงิด สมาธิไม่ดี ทำงานไม่เสร็จ เพราะมีความผิดปกติของสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับความคิด การวางแผน การบริหารจัดการชีวิตในเรื่องต่างๆ (Executive Functions-EF) อาการที่พบบ่อย คือ วอกแวกง่าย ฟังอะไรจับใจความไม่ค่อยได้ ทำงานไม่เสร็จทันเวลาที่กำหนด ขาดความสามารถในการบริหารจัดการเวลาที่ดี

ทำงานผิดพลาดบ่อย หาอะไรไม่ค่อยเจอ ผัดวันประกันพรุ่ง มาสายเป็นประจำ หุนหันพลันแล่น ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่คิดก่อนทำ ทำตามใจชอบ อารมณ์ขึ้นลงเร็ว โกรธง่าย หายเร็ว มีปัญหากับบุคคลรอบข้างบ่อยๆ เบื่อง่าย คอยอะไรนานๆ ไม่ค่อยได้ เครียด หงุดหงิดง่าย บางคนซึมเศร้าและวิตกกังวล นอนไม่หลับ เสี่ยงต่อปัญหาการติดสุราและยาเสพติดอื่นๆ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องการขับรถ และประสบอุบัติเหตุได้ง่ายกว่าคนปกติ เพราะไม่มีใจจดจ่อจึงมักมีปัญหาเรื่องขับรถเร็วเกินพิกัด และฝ่าฝืนกฎจราจร เป็นต้น 

ทั้งนี้ หากสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคสมาธิสั้น ทางที่ดีควรรีบพบจิตแพทย์เพื่อทำการประเมิน วินิจฉัย และให้การรักษาอย่างถูกต้องต่อไป ซึ่งการรักษานั้นทำได้โดย 1. การรักษาด้วยยา ภายใต้การวินิจฉัยและกำกับดูแลของแพทย์ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากสารเคมีในสมองส่วนหน้าไม่สมดุล การกินยาจะช่วยทำให้สมาธิดีขึ้นได้และสามารถควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น 

และ 2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม ทำได้โดย 1.ฝึกอารมณ์ตนเอง ไม่ดีใจหรือเสียใจเร็วเกินไป 2. รู้จักสังเกตอารมณ์ของผู้อื่น รู้จักรอคอย รับฟัง เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อลดปัญหาการอยู่ร่วมกับผู้อื่น 3. ลดพฤติกรรมใจร้อนหุนหันพลันแล่น เช่น ควรขับรถให้ช้าลง 4. จัดตารางเวลาในการทำงานและใช้ชีวิต มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า 5.จัดวางสิ่งของเครื่องใช้ให้เป็นระเบียบเป็นที่เป็นทาง 6. ทำประโยชน์ให้กับตัวเองและผู้อื่น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ เสริมความมั่นใจ และความมีคุณค่าให้ตัวเอง 7.พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ 8. รับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารประเภทน้ำตาลและคาเฟอีน และ 9.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นโรคสมาธิสั้นหากได้รับการวินิจฉัย และรับการรักษาได้เร็ว จะทำให้ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างไม่ลำบาก โดยส่วนใหญ่รักษาหายหรือควบคุมอาการได้ สามารถทำงานและใช้ชีวิตปกติได้ มีเพียงประมาณ ร้อยละ 30 ที่อาการอาจแย่ลงและมีปัญหาพฤติกรรม เช่น ติดยา ก้าวร้าว ดังนั้น ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดจึงต้องให้ความร่วมมือในการดูแลให้กำลังใจและความเข้าใจ

PR - ตารางคะแนน-2_B PR - ตารางคะแนน-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ