วันนี้ (6 ธ.ค.59) เวลาประมาณ 14.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรล่า สีขาว หมายเลขทะเบียน กข 9875 จังหวัดนครนายก เหตุเกิดภายในซอย สุขุมวิท 22 หน้าโรงแรมมารีออท มาร์ควิส จึงเดินทางไปตรวจสอบ ก่อนประสานรถบรรเทาสาธารณภัยคลองเตย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่มีควันออกมาจากเบาะหน้า เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 10 นาทีในการดับโดยใช้น้ำยาเคมี ตรวจสอบภายในรถพบขวดเบียร์และกระป๋องเบียร์ตกอยู่เกลื่อนพื้น นอกจากนี้ยังพบขวดชาเขียว และขวดน้ำขนาดใหญ่ ตกอยู่ที่พื้นฝั่งข้างคนขับ และพบไฟแช็ค โทรศัพท์ไอโฟนสภาพเบาะฝั่งที่นั่งข้างคนขับมีรอยไหม้เกือบหมด ขณะที่เบาะคนขับไหม้เล็กน้อย บริเวณด้านหลังรถมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายแขวนอยู่ จากการตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทราบชื่อต่อมา นายสมบูรณ์ ผลดี อายุ 42 ปี ถูกไฟลวกตามร่างกาย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ ส่วนอีกรายเป็นหญิง ชื่อ น.ส.โสพิศตา ตั้งเจตนาธรรม อายุ 38 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเทพธารินทร์
เมื่อสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ทั้งคู่ทะเลาะกันตั้งแต่ประตูทางเข้ารร.ดังกล่าว ทางรปภ.จึงรีบวิทยุให้รปภ.อีกประตูสกัดรถดังกล่าว กระทั่งเมื่อรถมาถึงจุดเกิดเหตุ ผู้หญิงได้ลดกระจกรถลง เพื่อกวักมือขอความช่วยเหลือ จากนั้นไม่นานก็เห็นควันพวยพุ่งออกมาจากรถอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประชาชนในละแวกดังกล่าวจะรีบวิ่งมาที่รถ จากนั้นผู้ชายซึ่งนั่งฝั่งคนขับก็เปิดประตูรถลงมา พร้อมกับมีไฟท่วมตัว พลเมืองดีจึงนำถังดับเพลิงมาฉีดให้ไฟดับ ก่อนผู้ชายจะนั่งตรงฟุตบาทฝั่งตรงข้าม ขณะที่มีคนตะโกนบอกว่าให้จับตัวผู้ชายไว้ เพราะเป็นคนเผารถ ซึ่งผู้ชายได้ตอบกลับมาว่า "ไม่ต้องห่วง ไม่หนีหรอก" จากนั้นผู้หญิงก็รีบเปิดประตูและคลานลงจากรถ ก่อนจะถูกนำส่งรพ.เทพธารินทร์ทันที
ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.โสพิศตา และนายสมบูรณ์เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งน.ส.โสภิตาทำงานอยู่ที่รร.ดังกล่าว เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นายสมบูรณ์มารับตามปกติ แต่ทั้งคู่มีปากเสียงกันเรื่องหึงหวง จนมีเพื่อนร่วมงานของน.ส.โสภิตามาห้าม ทั้งคู่จึงหยุดทะเลาะกัน และไปมีปากเสียงกันอีกครั้งภายในรถยนต์ของนายสมบูรณ์ หลังจากนั้นนายสมบูรณ์ก็นำทินเนอร์ราด และจุดไฟเผาดังกล่าว
เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและใกล้เคียง รวมทั้งสอบปากคำพยานแวดล้อมและเห็นเหตุการณ์ ก่อนจะนัดผู้บาดเจ็บทั้ง2 รายมาสอบปากคำ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป