สำนักพระราชวังซาอุดิอาระเบียออกแถลงการณ์เมื่อเวลา 1 นาฬิกาวันนี้ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ เสด็จสวรรคตแล้ว ด้วยพระชนมายุ 90 พรรษา จากพระอาการติดเชื้อในพระปัปผาสะหรือปอด หลังทรงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ซึ่งพระราชพิธีฝังพระศพพระองค์มีขึ้นในช่วงบ่าย ในกรุงริยาด โดยมีผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม
ในแถลงการณ์ยังประกาศสถาปนาเจ้าชายซัลมาน บิน อัลดุลลาซิส พระชนมพรรษา 79 พรรษา มกุฏราชกุมาร และพระอนุชาต่างพระมารดาของกษัตริย์ อัลดุลลาห์ ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชวงศ์ซาอุ และสถาปนาเจ้าชายมุคริน บิน อัลดุลลาซิส ขึ้นเป็นมกุฏราชกุมาร
ตลอดระยะเวลาการครองราชย์ของกษัตริย์อับดุลลาห์ ตั้งแต่ปี 2005 พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิรูปที่มีแนวคิดสมัยใหม่ ทรงปฏิรูปกฎหมายและจารีตประเพณีหลายอย่าง เช่น อนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล เพิ่มบทบาทสตรี สนับสนุนการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และชาติตะวันตก และสนับสนุนกลุ่มกบฏในซีเรีย รวมถึงรัฐบาลทหารในอียิปต์ ในช่วง อาหรับ สปริง
ด้านนักวิเคราะห์มองว่า หลังการสวรรคตของพระองค์ อาจทำให้ซาอุดิอาระเบียต้องเผชิญปัญหาความมั่นคงภายในประเทศ โดยเฉพาะการก่อการร้าย เพราะซาอุดิอาระเบียถูกห้อมล้อมด้วยกลุ่มไอเอสทางตอนเหนือ และกลุ่มอัลกออิดะห์ทางตอนใต้ โดยทั้งสองกลุ่มนี้ล้วนแล้วมีผู้ภักดีในซาอุฯ
นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังเกรงว่าข่าวร้ายนี้อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกด้วย เนื่องจากซาอุฯคือ ประเทศผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก
ขณะที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ หนึ่งในมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์เเน่นเเฟ้น ออกมาแสดงความเสียใจด้วยตัวเอง เเละกล่าวยกย่องพระองค์ว่าคือผู้นำที่ทุ่มเท และให้ความสำคัญกับการสร้างสัมพันธ์ไมตรีที่ดีกับสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางมีเสถียรภาพและมั่นคงมากขึ้น