นายมาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารกลางของยุโรป (ECB) กล่าวว่าจะอัดฉีดเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์หรือมากกว่านั้น ให้กับระบบเศรษฐกิจของ EU โดยการซื้อพันธบัตรรัฐบาลเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์/เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. 58 - ก.ย. 59
ผู้ว่าการธนาคารกลางของยุโรปมั่นใจว่ามาตรการที่นำมาใช้จะได้ผลและจะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ สำหรับความคาดหมายในระยะกลางและกระตุ้นเศรษฐกิจของ EU ได้ อีกทั้งมาตรการดังกล่าวมุ่งหมายจะสนับสนุนให้ธนาคารต่างๆ ในเขตเงินยูโรปล่อยเงินกู้ให้มากขึ้นในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง โดยคาดว่าจะผลักดันให้ธุรกิจและผู้บริโภคกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายมากขึ้น
โดย ECB กำหนดเป้าอัตราเงินเฟ้อไว้ว่าอยากจะให้เพิ่มขึ้นจากที่ต่ำกว่าศูนย์ในเดือนที่แล้ว มาเป็นเกือบ 2% นอกจากนี้ยังจะลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ให้ธนาคารพาณิชย์กู้ยืมด้วย ซึ่งอัตราการว่างงานใน EU เวลานี้สูง 11.5% ทั้งนี้โครงการซื้อพันธบัตรเพื่ออัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจนี้เรียกว่า Quantitative Easing (QE) ซึ่งสหรัฐฯ และอังกฤษนำไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของตนที่ประสบภาวะถดถอยเพราะวิกฤตการเงินโลกอย่างได้ผล
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นโยบายการเงินทำได้คือสร้างพื้นฐานสำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งต้องอาศัยการลงทุน ความเชื่อมั่น และการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจจึงจะได้ผล
สำหรับปฏิกิริยาต่อมาตรการนี้มีต่างๆ กัน นักวิเคราะห์บางรายเห็นว่านำมาใช้ช้าเกินไปและไม่คิดว่าธุรกิจและผู้บริโภคจะเพิ่มการใช้จ่าย อีกทั้งเกรงว่าการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจจะทำให้ภาคี EU บางประเทศไม่สนใจที่จะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของตน