วันนี้ (13 ธ.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นเวลากว่า 1สัปดาห์แล้ว ที่รถเมล์ของบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ถูก กรมศุลกากร อายัดไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง แม้ที่ผ่านมาบริษัทเบสท์ริน จะยื่นข้อเสนอขอให้นำรถออกจากท่าเรือเพื่อส่งมอบให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับใดใด
ล่าสุดนายมาโนช กำเนิดงาม ฝ่ายกฎหมายของบริษัท เบสท์ริน เปิดเผยว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมยื่นเอกสารวางเงินประกันเพื่อนำรถออกจากท่าเรือแหลมฉบัง เพราะต้องนำรถไปติดตั้งระบบก๊าซ และระบบ GPS ก่อนส่งมอบให้ขสมก. พร้อมยอมรับว่า หากภายในวันพุธนี้ ไม่สามารถทยอยนำรถเมล์ออกจากท่าเรือแหลมฉบังได้ อาจทำให้การส่งมอบรถเมล์ล่าช้ากว่าวันที่ 29 ธันวาคม ตามกำหนด ทั้งนี้นายมาโนช มองว่า การวางเงินประกัน ควรวางเฉพาะค่าภาษีนำเข้า 40% หรือประมาณ 1ล้าน2แสนบาทต่อคันเท่านั้น กรมศุลกากรไม่ควรเรียกเก็บเงินค่าปรับเนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทเบสท์ริน ทำผิดจริงหรือไม่
ความเห็นนี้ขัดแย้งกับ นายชัยยุทธ คําคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร ที่บอกว่า ตามกระบวนการหากตรวจสอบพบว่า บริษัทเอกชนเข้าข่ายกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร สามารถเรียกเก็บเงินค่าปรับได้ ในกรณีที่ต้องการนำสินค้าออกจากท่าเรือ แต่หากตรวจสอบพบว่าไม่ได้มีการกระทำความผิด กรมศุลกากรจะคืนเงินให้ทั้งหมด
สำหรับการลำเลียงรถเมล์เอ็นจีวี เข้ามาที่ท่าเรือแหลมฉบัง ขณะนี้มีรถเมล์ถูกส่งเข้ามาแล้ว 4 รอบ รวม 391 คัน ซึ่ง 2 รอบแรก บริษัทเบสท์ริน ยื่นเอกสาร Form D เพื่อขอลดหย่อนภาษีนำเข้าแล้ว ส่วนอีก 2 รอบหลัง ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ