หลังจากชนะการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนที่แล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็เดินหน้าลุยงานทันที ซึ่งแต่ละสิ่งที่เขาหยิบจับ ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ตามมาแทบทั้งสิ้น และหนึ่งในนั้นคือ การโทรศัพท์ไปไปคุยกับนางสาวไท้ อิง เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ที่ทำเอาจีนไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจีนยึดถือมาตลอดว่า จีนมีเพียงจีนเดียว
แต่ทรัมป์และทีมงานก็ออกมาบอกเป็นนัยๆ ว่า นี่คือเกมส์ ที่สหรัฐเอาไว้ต่อรองกับจีน คือถ้าจีนอยากให้สหรัฐยอมรับความเป็นจีนเดียว จีนก็ต้องยอมอ่อนข้อให้กับสหรัฐบ้าง และสิ่งที่สหรัฐอยากให้จีนอ่อนข้อก็คือเรื่องของการค้า ที่สหรัฐมองว่า ถูกจีนเอาเปรียบมาโดยตลอด
สภาพการในตอนนี้ ไม่ต่างจากช้าง 2 ตัว คือสหรัฐกับจีนกำลังจะชนกัน โดยไม่มีใครสนใจว่า หญ้าแพรกอย่างไต้หวันจะคิดอย่างไร ซึ่งชาวไต้หวัน โดยเฉพาะคณะผู้ประเทศราชการต่างมองเรื่องนี้ด้วยความสงสัยว่า สหรัฐจะมาดีหรือประสงค์ร้ายกับไต้หวันกันแน่ เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงที่ทรัมป์หาเสียงนั้น เขาเอ่ยถึงไต้หวันเพียงครั้งเดียว และจะหาความจริงใจได้จากที่ไหน
ในส่วนของชาวไต้หวัน ก็มีความคิดแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ด้านหนึ่งมองว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่สหรัฐให้ความสนใจไต้หวัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สหรัฐจะเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และช่วยเป็นพี่ใหญ่ไม่ให้จีนรังแกง่ายๆ
แต่พวกที่ไม่ได้มองโลกสวยกลับบอกว่า หมากเกมส์นี้ของสหรัฐ อาจเป็นการชักศึกเข้าบ้านก็ได้ เพราะถ้าจีนเกิดโมโหขึ้นมา แล้วส่งกำลังทหารเข้ามาจัดการกับไต้หวัน ใครหน้าไหนจะมาช่วยได้ และท้ายที่สุดแล้ว ฝ่ายที่จะบาดเจ็บและสูญเสียมากที่สุด คงหนีไม่พ้นไต้หวันเป็นแน่