เมื่อวานนี้ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีรับจำนำข้าว โดยอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีอาญา กรณีที่ไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดไปก่อนหน้านี้ และต่อจากนี้ สำนักงานอัยการสูงสุด จะยื่นฟ้องคดีอาญาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
สำหรับโทษตามกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 123/1 ระบุว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตําแหน่ง หรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่ง ผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ีโดยทุจริต ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
นอกจากนี้ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดอดีต รมว. พาณิชย์พร้อมเลขาฯ และกรรมการบริษัท สยามอินดิก้า-สิราลัย คดีระบายข้าวจีทูจีให้บริษัทที่ไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน และเวียนเทียนขายต่อให้สยามอินดิก้าด้วย
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ได้มีมติกรณีที่ก่อนหน้านี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน กรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ถูกกล่าวหาว่ากระทำการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติว่านายบุญทรงและพวก ได้กระทำความผิดร่วมกับบริษัทสยามอินดิก้า ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำงานโดยเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทจีนสองแห่งซึ่งไม่ได้รับสิทธิเข้าทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จากรัฐบาลจีน ซึ่งทำให้บริษัทไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น แล้วนำข้าวที่ซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายภายในประเทศ หรือต่ำกว่าราคาที่ฝ่ายไทยเสนอ หรือต่ำกว่าราคาที่รับจำนำ นำไปขายต่อให้กับผู้ประกอบการค้าข้าวในประเทศ หรือนำไปให้บริษัทสยาม อินดิก้า นำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศ และประเทศชาติอย่างร้ายแรง
นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติเพิ่มเติม ให้นำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องกล่าวหานี้ ในส่วนของการดำเนินการโครงการรับจำนำข้าว และการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ให้สำนักงาน ป.ป.ช. ไปดำเนินการศึกษาเพื่อกำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมอีกด้วย