วันนี้ (19 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายมานะ แก้วมณี กรรมการผู้จัดการบริษัทบอยโอเชี่ยนสตาร์ จำกัด และนายกิตติพงษ์ อยู่ใต้ร่มบุญ วิศวกร บริษัท เมก้าทูลส์ ในฐานะผู้ปรากฎชื่อในสัญญารับเหมารื้อถอนอาคารสูง 7 ชั้น ย่านสุขุมวิท 87 เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจสน.พระโขนงตามกำหนด
ทั้งก่อนและหลังเข้าพบตำรวจ ทั้ง 2 คน ไม่ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน แต่มีนายณัฐพงศ์ รัตนตระกูลสุข ผู้จัดการ บริษัท บอยโอเชี่ยนสตาร์ จำกัด ที่นำเอกสารจำนวนหนึ่งมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่า บริษัทของเขาไม่ได้รับหน้าที่รื้อถอนครั้งนี้ เพราะมีบริษัทอีกแห่งรับซื้อสัญญาและรับช่วงต่อไป และบริษัทก็ลักลอบเข้าดำเนินการ ทั้งที่กรุงเทพมหานครสั่งระงับรื้อถอนไปแล้ว
พนักงานสอบสวน สน.พระโขนงเปิดเผยว่า การสอบปากคำตัวแทนบริษัทเอกชนทั้ง 2 คน ได้ข้อมูลว่า อาคารที่เกิดเหตุถล่มออกแบบตามแบบของประเทศเยอรมัน ไม่มีคานรับน้ำหนัก แต่จะใช้วิธีขึงลวดสลิงรับน้ำหนักแทน การรื้อถอนจึงต้องใช้การค้ำยัน และมีผู้เชี่ยวชาญควบคุม แต่การเข้าดำเนินการครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด โดยเฉพาะความไม่ข้องเกี่ยวข้องบริษัทตามที่กล่าวอ้างวันนี้ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา กระทำกระโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งตัวแทนบริษัทปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะขอต่อสู้ในชั้นศาล โดยวางหลักประกันเป็นเงินสด 120,000 บาท ประกันตัว
ขณะที่กรุงเทพมหานคร ก็ตั้งโต๊ะแถลง โดยมี พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ และนายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพฯ ร่วมด้วย นายประสาร เปิดเผยว่า การรื้อถอนเป็นจนเหตุให้อาคารถล่ม ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาต และสำนักงานเขตพระโขนงลงพื้นที่ทักท้วงแล้ว การกระทำครั้งนี้จึงเข้าข่ายประมาท และขัดต่อจรรณยาบรรณวิชาชีพวิศวกร