ตามสัญญาที่ทำไว้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.บริษัทเบสท์รินที่นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวี จะต้องส่งมอบรถภายในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ แต่จนถึงขณะนี้ บริษัทเบสท์รินยังไม่ส่งหนังสือชี้แจงแผนการส่งมอบรถกลับมาที่ ขสมก.
ทำให้ขสมก.ออกมาขีดเส้นตาย หากถึงกำหนดบริษัทยังไม่สามารถส่งมอบรถให้ได้ จะต้องถูกปรับวันละ 17,000 บาทต่อคันต่อวัน หรือประมาณวันละ 8,313,000 ล้านบาท จากจำนวนรถเมล์ 489 คัน
และจะส่งหนังสือแจ้งเตือนเป็นครั้งที่สอง หลังจากนั้นวันที่ 5 มกราคมและวันที่ 12 มกราคมปีหน้าจะส่งหนังสือแจ้งเตือนเป็นครั้งที่สามและสี่ตามลำดับ ถ้าหากยังไม่ส่งมอบรถทางขสมก.จะดำเนินการยกเลิกสัญญาทันทีในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560
ด้าน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย มองว่า รถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรก ที่ถูกกักไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังเข้าข่ายเลี่ยงภาษีและคุณสมบัติอาจไม่ตรงตามที่กำหนดไว้ แต่ ขสมก.ก็ยังยืนยันที่จะรับรถหาก มีการส่งมอบ ซึ่งขัดกับ ข้อตกลงคุณธรรมที่มีการลงนามสามฝ่าย ตามนโยบายของรัฐบาล จึงอยากให้สตง.ตรวจสอบ
ขสมก.เตรียมแผนรองรับไว้หากบริษัทไม่สามารถส่งมอบรถได้ตามสัญญา จะนำรถเมล์รุ่นเก่าออกมาวิ่งแทนใน22เส้นทางที่กำหนดไว้เพื่อบริการประชาชนเป็นระยะเวลา 1 ปี ก่อนจัดทำแผนซื้อรถเมล์ล็อตใหม่ต่อไป ส่วนรถจะนำเข้ามาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล อำนวยการขสมก. บอกว่า เป็นเรื่องของกรมศุลกากรกับบริษัทผู้นำเข้ารถเมล์