ตามปกติแล้ว เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศจะเย็นและสดชื่น แต่ที่ประเทศจีนกลับตรงกันข้าม เพราะตอนนี้ผู้คนที่นั่น กำลังเผชิญกับมลพิษทางอากาศ ที่รุนแรงขึ้นทุกปี แม้ว่าทางการจะพยายามออกมาตรการต่างๆ แต่ดูเหมือนแทบจะไร้ผล
นักวิทยาศาสตร์ต่างก็ช่วยกันหาเหตุผลว่า ทำไมมลพิษในอากาศของจีนถึงได้รุนแรงขนาดนี้ และก็ได้ข้อสรุปออกมาว่า ฝีมือมนุษย์นี่เองคือต้นเหตุสำคัญ
สาเหตุแรกคือเรื่องที่เราทราบกันดีอยู่ นั่นคือการใช้เชื้อเพลิงถ่านหิน โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมในกรุงปักกิ่ง เทียนจิน และเหอเป่ย ซึ่ง 3 เมืองนี้มีโรงงานอุตสาหกรรมมากมาย และต่างก็ปล่อยควันที่ผสมผงฝุ่นจำนวนมหาศาลออกมา และสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปอีกในช่วงฤดูหนาว เพราะนอกจากโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว ประชาชนในเขตชนบท ก็นิยมใช้ถ่านหรือถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นเพิ่มเข้าไปอีก
มีคนจำนวนมากเปลี่ยนไปใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงไล่ความหนาวเย็น โดยะเฉพาะในกรุงปักกิ่ง เพราะเข้าใจว่า ก๊าซเป็นพลังงานที่สะอาดกว่า แต่กลับลืมไปว่า สิ่งที่พลังงานก๊าซปล่อยออกมาหลังถูกเผาไหม้ก็คือ ละอองน้ำ ซึ่งละอองพวกนี้จะลอยต่ำ และทำปฏิกิริยากับอากาศ จนกลายเป็นมลพิษในที่สุด
ปริมาณของก๊าซที่คนจีนใช้ทั่วประเทศนั้น มากถึง 300 ล้านตันต่อปี จึงทำให้มีความชื้นหรือละอองน้ำในอากาศจำนวนมหาศาลตามไปด้วย และส่วนใหญ่ก็ลอยอยู่ในอากาศในระดับที่ต่ำ จนกลายเป็นมลพิษในที่สุด แต่อีกหนึ่งสาเหตุที่คาดไม่ถึงก็คือ ฟาร์มกังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า กังหันลมพวกนี้ ตั้งอยู่ในทุ่งหญ้า ในเขตมณฑลเหอเป่ย และเขตมองโกเลียใน
ซึ่งจากการศึกษาล่าสุดพบว่า กังหันพวกนี้ ทำให้กระแสลมเปลี่ยนทิศทาง ทำให้ลมที่เคยพัดเข้ากรุงปักกิ่ง ลดน้อยลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงไม่มีพลังลมสำหรับขับไล่มลพิษที่ลอยอยู่ในอากาศ
ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มาจากน้ำมือของมนุษยทั้งสิ้น และถ้าเราไม่ช่วยกันแก้ไข อีกไม่นาน เราอาจจะต้องซื้ออากาศไว้หายใจก็เป็นได้