สัตว์โบราณที่ว่านี้มีชื่อว่า “ลิมูซอรัส”(Limusaurus) ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับนกกระจอกเทศในปัจจุบัน ถูกค้นพบที่มณฑล”ซินเจียง”ทางตะวันตกของจีน
โดยกลุ่มนักบรรพชีวินวิทยา หรือนักโบราณคดีที่ศึกษาซากสัตว์ดึกดำบรรพ์เปิดเผยว่า ซากของ”ลิมูซอรัส”ที่พบนั้น มีมากถึง 13 ตัว รวมกันอยู่ในหลุ่ม ที่คาดว่าจะเป็นแอ่งโคลน เมื่อ 154 ล้านปีก่อน
ซากที่พบมีทั้ง”ลิมูซอรัส”ที่โตเต็มวัยกับที่เป็นเด็กตัวเล็กๆ ซึ่งในตอนแรกที่พบนั้น นักโบราณคดีเข้าใจว่า เป็นสัตว์คนละสายพันธุ์ เนื่องจากซาก”ลิมูซอรัส”ที่โตเต็มวัย ไม่มีฟันเหลืออยู่ในปากเลย ตรงข้ามกับพวกตัวเล็กๆ ที่มีฟันแหลมคนอยู่เต็มปาก
แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ทั้งหมดเป็นสายพันธุ์เดียวกัน ส่วนฟันที่หายไปนั้น อาจกลายเป็นกุญแจไขปริศนาว่า ทำไม่สัตว์ปีกในปัจจุบัน ถึงมีแต่จงอยปาก โดยไม่มีฟันเลยแม้แต่ซี่เดียว
โดยนักโบราณคดีอธิบายว่า มีความเป็นไปได้ว่า ตอนที่สัตว์ชนิดนี้เกิดนั้น จะเป็นต้องมีฟันเพื่อใช้ในการกัดเปลือกไข่ออกมา แต่พออายุเริ่มมากขึ้น ฟันพวกนี้ก็หลุดไปจนหมด
ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งอธิบายว่า เจ้า”ลิมูซอรัส”ได้มีการพัฒนาจากสัตว์กินเนื้อและกินพืช กลายเป็นสัตว์กินพืชอย่างเดียว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ฟันอีกต่อไป
ส่วนหลุมที่พบซาก”ลิมูซอรัส”กองรวมกันอยู่นั้น เชื่อว่าเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์ขนาดใหญ่ ที่เหยียบพื้นดินจนกลายเป็นแอ่งโคลนลึก และเมื่อฝูง”ลิมูซอรัส”เดินผ่านมาและตกลงไป แต่ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างเล็ก ทำให้พวกมันติดบ่อโคลนไม่สามารถขึ้นมาได้ และตายไปในที่สุด