วันนี้ (24 ธ.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลออกแถลงการณ์ ไม่ยอมรับมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ประณามอิสราเอลในกรณีการก่อสร้างชุมชนชาวยิวในเขตเวสแบงค์ของปาเลสไตน์ และ มีคำสั่งให้อิราเอลยุติการกระทำดังกล่าว
นายกรัฐมนตรี เนทันยาฮู ยังตำหนิอย่างประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ไม่ใช้สิทธิ์ของสหรัฐฯในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในการยับยั้งมติดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความหวังว่าเมื่อนาย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการแล้ว จะช่วยอิสราเอลถอนมติดังกล่าว
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอล มีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำนิวซีแลนด์และเซเนกัลเดินทางกลับประเทศ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทั้งสองประเทศซึ่งเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ร่วมกับมาเลเซีย และเวเนซุเอลา เป็นผู้ผลักดันร่างมติเข้าสู่การลงมติของที่ประชุม
ด้านนาง แมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวปกป้องการตัดสินใจ "ครั้งประวัติศาสตร์" ของรัฐบาลสหรัฐฯที่มีต่ออิสราเอล โดยยกคำพูดของอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เมื่อปี 1982ว่าสหรัฐไม่สนับสนุนการขยายอาณาเขตเพิ่มเติมเพื่อการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอล ที่จะกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพและหลักการ "2 รัฐ" คือการยอมรับทั้งรัฐอิสลาเอลและรัฐปาเลสไตน์