วันนี้ (26 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เศษปูนและพื้นกระเบื้องที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้น กลายเป็นสิ่งเดียวที่ชาวบ้านใช้ยืนยันได้ว่า พื้นที่ริมชายหาดบางสัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เคยเป็นบ้านของพวกเขา
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเล่าว่าหลังสึนามิสงบ พวกเขาเหมือนโดนคลื่นยักษ์ถล่มซ้ำเมื่อจู่ๆ พื้นที่ทั้งหมดถูกประกาศว่าเป็นของรัฐ ส่งผลให้พวกเขาต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน มาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา
ไม่เพียงแต่ข้อพิพาทกับรัฐเท่านั้น หลังคลื่นยักษ์สึนามิ ชาวเลบางส่วนในพื้นที่ทับตะวัน ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล กลับต้องพบว่าที่ทำมาหากินของพวกเขากลายเป็นของนายทุน ข้อพิพาทเรื่องที่ดินเป็นปัญหาใหญ่ หลังคลื่นสงบลง จนนำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆในพื้นที่ และยังยืดเยื้อยาวนานยากที่จะแก้ไข
ผ่านมา 12 ปี ชายหาดบริเวณนี้เป็นที่หมายตาของนายทุนมากขึ้น ปัจจุบันราคาที่ดินสูงถึงไร่ละ 35 ล้านบาท ชาวบ้านหวังเพียง ว่า ให้รัฐจัดสรรที่ดินเดิมคืนให้ในรูปแบบโฉนดชุมชน รวมถึงกำหนดเขตความคุ้มครองด้านวัฒนธรรมสำหรับกลุ่มชาวเล เพื่อความมั่นคงและป้องกันความขัดแย้งในพื้นที่
ภูมิภาค แพรม้วน ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน