วันนี้ (29 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 182 เสียง คือ มติที่สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้ สมาชิกสนช.หลายคนลุกขึ้นอภิปรายเห็นด้วยกับเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ พร้อมยืนยันว่า นี่ไม่ใช่การกีดกั้นบุคคลใดขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ตามที่เป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้
เช่นเดียวกับ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะรับหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนา เข้าร่วมฟังการประชุมครั้งนี้ ในฐานะตัวแทนรัฐบาลพร้อมเปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ขัดข้องการแก้กฎหมายฉบับนี้
การประชุมวันนี้ แก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ เพียงมาตราเดียว คือ การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช จาก มาตรา 7 ที่เคยกำหนดให้ มหาเถรสมาคม ส่งรายชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีความอาวุโสที่สุดให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯให้พระมหากษัตริย์แต่งตั้ง เปลี่ยนเป็น ให้พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชและให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระราชโองการ รูปแบบนี้ถือเป็นแบบเดียวกับที่เคยใช้ตั้งแต่ปี 2505
สาเหตุที่ทำให้การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ถูกจับตามากเป็นพิเศษ เนื่องจาก ตำแหน่งพระสังฆราชว่างลงเป็นเวลานานแล้ว หลังสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก สิ้นพระชนม์ ตั้งแต่ 24 ตุลาคม 2556
จากนั้นยังไม่มีการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ในขณะที่พระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุด คือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ยังถูกตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบครองรถหรู ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเลี่ยงภาษี โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ
และเมื่อแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์แล้ว จะทำให้การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์