มวลน้ำจำนวนมากที่ไหลมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานีไหลถึงพื้นที่อำเภอพุนพินแล้ว ชาวบ้านเปิดเผยว่า มวลน้ำเริ่มไหลเข้าตั้งแต่เมื่อวานในอัตราชั่วโมงละ 1 นิ้ว ถือว่าไหลมาเรื่อยๆทำให้ชาวบ้านสามารถขนย้ายทรัพย์สินลอยน้ำและแพได้ทัน ตามแผนการเตรียมความพร้อมของชาวบ้านริมแม่น้ำที่ต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยในครั้งนี้คาดว่าน้ำจะท่วมสูงกว่าในช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ถึงระดับปี 2554 ที่ชาวบ้านต้องอาศัยอยู่บนสะพานสายหลักนานหลายวัน
ส่วนทางด้านพื้นที่ต้นน้ำติดริมภูเขาในหลายจุดยังต้องเร่งฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เช่นที่บ้านกอบแกบ ต.เพิ่มพูนทรัพย์ อ.พระแสง ชาวบ้านและส่วนท้องถิ่น ได้ช่วยกันสร้างสะพานไม้ขนาดเล็กในคลองฉวาง แทนสะพานเก่าที่ถูกน้ำป่าพัดขาดไปก่อนหน้านี้ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางสัญจรชั่วคราวไม่ต้องใช้เส้นทางอ้อมที่มีระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร โดยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่เกิดจากความร่วมมือกันของภาครัฐและประชาชน ที่รัฐร่วมทุนกับประชาชนร่วมแรงฝ่าวิกฤติอุทกภัย 2560