เพจของเฟซบุ๊กคนอนุรักษ์ ได้เขียนรีวิว เว็บไซต์ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ www.ndwc.go.th ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้อย่างหนักหลายจังหวัดและมีประชาชนเดือนร้อนนับล้านคน โดยเว็บไซต์ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ หากดูจากข้อมูลในเว็บประเทศไทยเราไม่มีภัยพิบัติใหญ่ร้ายแรงอะไรมาหลายปีแล้ว และการแสดงผลของเว็บยังเป็นสีโทนเทาทำให้ดูค่อนข้างยาก
ทีมข่าว PPTV ได้ลองคลิกเข้าไปตรวจสอบข้อมูลภายในเว็บไซต์ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติพบว่า ในหน้าข้อมูลภัยพิบัติหัวข้อเรื่อง “รายงานหัวน้ำท่วม” พบข้อมูลอัพเดทล่าสุดคือเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 เรื่องสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง ในพื้นที่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และจังหวัดอื่นๆทางภาคอีสานและภาคกลาง ซึ่งเป็นข้อมูลเก่าเมื่อปี 2556 หรือประมาณ 4 ปีที่แล้ว
ส่วนหัวข้อการแจ้งเตือนเรื่อง ภัยพิบัติฉุกเฉิน ก็มีข้อความปรากฎว่า "No information to be displayed" หรือก็คือว่า ไม่แสดงข้อมูลใดๆทั้งสิ้น นั่นหมายความว่าประเทศไทยเราไม่มีภัยพิบัติฉุกเฉินมานานหลายปีแล้ว และหน้าแผนที่แสดงผลภัยพิบัติน้ำท่วมก็ไม่แสดงข้อมูลใดๆเช่นกัน
ส่วนที่หน้าหลักของเว็บไซต์ในหัวข้อ สรุปสถานการณ์ภัยพิบัติ ปรากฎข้อมูลล่าสุดคือเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2559 แสดงข้อความภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันและภาวะภัยพิบัติ สภาพภูมิอากาศทั่วไป ทุกภาคอากาศค่อนข้างร้อนและจะเย็นลงในตอนกลางคืน เว้นภาคเหนืออากาศค่อนข้างเย็นตลอดวัน อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ขณะที่การอัดเพทข่าวสารทั่วไป มีข่าวสารอัพเดทเกือบทุกชั่วโมง แต่เป็นการรายงานสภาพอากาศทั่วไป ประมาณ 1-2 บรรทัดเท่านั้น เช่น พบกลุ่มฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางในบางพื้นที่เหนือ เป็นต้น
สำหรับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้จัดตั้งขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์สึนามิครั้งใหญ่ เมื่อปี 2547 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างแม่นยำถูกต้องทั่วถึงประชาชน และเพื่อให้มีระบบการสื่อสารที่ครอบคลุมและสั่งการในภาวะฉุกเฉินได้ทันท่วงที ซึ่งบนโลกโซเชียลมีเดียจึงได้ท้วงติงถึงบทบาทและหน้าที่ของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติดังกล่าว