นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และรัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย เรียกร้องโดนัลด์ ทรัมป์ ทบทวนนโยบายและท่าทีต่อเอเชีย ทั้งประเด็นการค้าเสรี และความมั่นคงในภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น แถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แสดงความเชื่อมั่นว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยังเชื่อมั่นในหลักการของการค้าเสรีและมีความเป็นธรรม และรัฐบาลญี่ปุ่นเองจะเดินหน้าผลักดันข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP และจะเร่งสร้างความเข้าใจในข้อตกลงการค้าดังกล่าวให้กับรัฐบาลของทรัมป์ ตลอดจนชี้แจงมูลค่าการค้าที่บริษัทญี่ปุ่นมีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งคาดว่านี่จะเป็นอีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะนำมาใช้ต่อรองกับทรัมป์ด้วย
สอดคล้องกับแถลงการณ์ของ นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะติดตามผลกระทบที่รัฐบาลใหม่ของทรัมป์ มีต่อบริษัทญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด แต่ก็ยังหวังว่าทั้งสองประเทศจะกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันให้มากขึ้น
ส่วนอีกหนึ่งชาติเอเชียที่ออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้ คือ มาเลเซีย โดยนายฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซียได้แถลงต่อที่ประชุมประจำปี ที่ประเทศสิงคโปร์ เรียกร้องให้ทรัมป์ ทบทวนนโยบายและท่าทีต่อเอเชีย หลังจากที่เคยประกาศว่าไม่อาจจะแบกรับภาระปกป้องชาติพันธมิตรในเอเชียและยุโรปได้อีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า เอเชียแปซิฟิกมีความสำคัญต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่อาเซียนเองก็อาจจะต้องช่วยเติมเต็มสุญญากาศที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงท่าทีของสหรัฐด้วย
ทางฝั่งของทรัมป์เอง หลังจากที่ตกเป็นเป้าวิจารณ์อย่างหนักจากสื่อสหรัฐแทบทุกสำนัก โดยเฉพาะเรื่องจำนวนคนที่เข้าร่วมพิธีสาบานตน วันนี้ก็มีท่าทีจากนาย รินซ์ พรีบัส หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว ที่กล่าวว่า สื่อถูกครอบงำด้วยความคิดที่ว่า ทรัมป์ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีด้วยความไม่ชอบธรรม ซึ่งตัวเขาจะไม่ยอมทนกับคำกล่าวหาเหล่านี้ และพร้อมที่จะตอบโต้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน