คณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี นำโดย ซีค ซามาน บิน อิบราฮิม อัล คาลิฟา ประธานเอเอฟซี ได้วางนโยบายไว้ว่า อีก 4 ปีข้างหน้า คือในปี 2019 เอเอฟซีจะเปลี่ยนแปลงระบบรอบคัดเลือกทีมตัวแทนที่จะเข้าแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนคัพใหม่ ด้วยการเพิ่มทีมเข้าแข่งขันจาก 16 เป็น 24 ทีม พร้อมกับยกเลิกรายการ เอเอฟซี ชาลเลนจ์ คัพไป และรอบคัดเลือกของทั้งฟุตบอลโลกโซนเอเชียและเอเชียน คัพ จะถูกรวมเป็นรายการเดียวกัน
วิธีการคัดเลือกก็คือ จะแบ่งทีมที่เข้าแข่งขันเป็น 8 กลุ่ม และคัดเอาแชมป์กลุ่มทั้ง 8 ทีม ไปรวมกับอันดับสองอีก 4 ทีม ที่ผลงานดีที่สุด รวมเป็น 12 ทีมเข้าไปเล่นในทั้งเอเชียน คัพ รอบสุดท้าย ซึ่งทั้ง 12 ทีม ก็จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสุดท้ายด้วยเช่นกัน จากเดิมที่ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสุดท้าย จะมีทีมเข้าแข่งขันเพียง 10 ทีม
จากนั้นก็จะนำทีมที่มีผลงานลดหลั่นลงมาอีก 24 ทีม ไปแบ่งกลุ่มใหม่อีก 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม เพื่อคัดอันดับ 1 กับอันดับ 2 เข้ารอบ ในการชิงตั๋วเอเชียน คัพ รอบสุดท้าย ที่เหลืออีก 12 ใบ และแม้ว่าจะคัดจากรายการเดียวกัน แต่การแข่งขันเอเชียน คัพ รอบสุดท้าย และฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชียรอบสุดท้าย จะจัดแยกกันตามเดิม
สำหรับการเปลี่ยนระบบการคัดเลือกใหม่ โดยเพิ่มจำนวนทีมจาก 16 เป็น 24 ทีม ก็จะช่วยให้ทีมในย่านอาเซียนมีโอกาสได้ไปเล่นในรอบสุดท้ายมากขึ้น
ทางด้านนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วางนโยบายผลักดันทีมชาติไทยคว้าแชมป์เอเชีย และเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกให้เร็วที่สุดนั้น ทางสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งเรื่องของสนามฝึกซ้อมภายในเมือง และการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับเยาวชน แต่ต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียดให้ชัดเจนถึงแผนทางในการดำเนินการ