สัปดาห์แรกที่วุ่นวายภายใต้ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เพียงสัปดาห์แรกหลังเข้ารับตำแหน่งผู้สหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ได้สร้างความปั่นป่วนมากมายจากการลงนามคำสั่งหลายเรื่อง ที่ทั้งสร้างความตกใจและทำให้เกิดกระแสคัดค้านตามมา

วันนี้ (31 ม.ค. 60) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลังจากเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่จะออกตัวแรงเพื่อแสดงให้ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและฝ่ายที่เคลือบแคลงาเห็นว่า ตนจะทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ในช่วงหาเสียงแน่นอน

แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เพิ่งรับตำแหน่งหมาดๆ จะสร้างความวุ่นวายได้เหมือนกับครั้งนี้   นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45 ลงนามคำสั่งห้ามองค์กรของรัฐให้เงินสนับสนุนองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการทำแท้ง คำสั่งเดินหน้าสองโครงการวางท่อส่งน้ำมันที่นักอนุรักษ์คัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง คำสั่งก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก  จนถึงกรณีล่าสุด ที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นเคลื่อนไหวต่อต้านกันอย่างชัดเจนทั่วประเทศ  คือ คำสั่งห้ามผู้ที่เดินทางจาก 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศชั่วคราว

แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่รู้อยู่แล้ว แต่หลายคนก็คิดว่าสิ่งที่ ทรัมป์ แสดงออกตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นเพียงทัศนคติของคนที่ชอบเผชิญหน้า มากกว่าแผนหรือนโยบายจริงจัง จึงทำให้การใช้อำนาจประธานาธิบดีที่ผ่านมาของ ทรัมป์ สร้างความตกใจไม่ใช่น้อย

และที่น่าประหลาดใจกว่าคือ การลงนามคำสั่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากเวลาที่เขาโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์  ขณะที่หลายๆ  เรื่องก็มีรายงานระบุว่า ไม่ได้ผ่านการปรึกษากับสมาชิกคณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาคองเกรส หรือแม้แต่ทีมทนายความของรัฐบาลที่ปกติจะตรวจดูภาษาและข้อกฎหมายสำหรับคำสั่งพิเศษต่างๆ

จริงๆ แล้ว อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายคนที่ก้าวขึ้นมาในยุควิกฤตก็เคยออกคำสั่งที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และทำให้ศาลและผู้ที่คัดค้านต้องตามแก้ไขทีหลัง อย่างเช่น อดีตประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งในช่วงที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่  ก็ลงนามคำสั่งประกาศให้ธนาคารหยุดทำการและเรียกประชุมฉุกเฉินสภาคองเกรสทันทีหลังเข้ารับตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม คำสั่งที่ ทรัมป์ ลงนามตามใจชอบก็อาจจะไม่เกิดขึ้นจริงได้ การใช้อำนาจในฐานะประธานาธิบดีนั้นแตกต่างจากการประกาศนโยบายในฐานะผู้สมัคร คำสั่งและนโยบายต่างๆ จะต้องผ่านการตรวจสอบรายละเอียดและมีการคานอำนาจ  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในอย่างน้อย 4 รัฐ ได้ออกมาระงับคำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศที่ ทรัมป์ ลงนามเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาขณะที่ อัยการสหรัฐฯ 16 คน ก็ออกมาระบุว่าชี้คำสั่งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ใช่วิถีของอเมริกัน

นอกจากนี้ สภาคองเกรส ซึ่งแม้ว่าจะควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน ที่สามารถกำหนดเงื่อนไขหรือเพิกถอนคำสั่งของประธานาธิบดีได้  เพราะก็มีทั้งสมาชิกที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

แต่ในตอนนี้ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่สองหลังการสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง คาดว่าสถาการณ์จะยังคงคุกกรุ่นและน่าจับตามองไม่แพ้กัน เพราะยังมีคำสั่งที่ ทรัมป์ จะออกมาได้อีก เช่น การเสนอชื่อแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาคนใหม่ เป็นต้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ