ท่ามกลางสมรภูมิการเมืองที่มีประเด็นรุมเร้าทุกฟากฝั่ง กระแสแนวคิดขวาจัดที่ทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ มาแล้ว กำลังมาแรงในฝรั่งเศสเช่นกัน เห็นได้จากกระแสตอบรับ นาง มารีน เลอ เปน หัวหน้าพรรค National Front ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด
แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มี ผู้สมัครคนหนึ่งมาท้าทายกระแสนี้ พร้อมเสนอทางเลือกใหม่ให้ประชาชนชาวฝรั่งเศส ผ่านวิธีการนำเสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งก็คือ ฌอง-ลุค เมลองชง ผู้สมัครตัวแทนพรรคฝ่ายซ้าย ที่เปิดเวทีหาเสียงที่กรุงปารีส และเมือง ลียง พร้อมๆกัน โดยการใช้เทคโนโลยีภาพจำลอง 3 มิติ หรือที่เรียกว่า “โฮโลแกรม”
ตัวนาย เมลองชง จริงๆ อยู่ที่เมือง ลียง โดยขึ้นปราศัยชนกับ นางเลอ เปน แต่ขณะเดียวกันก็ฉายภาพเสมือนจริงของตัวเขาไปที่หอประชุมที่กรุงปารีส ที่อยู่ห่างออกไป 500 กิโลเมตรด้วย
เป็นการส่งสัญญาณ Live Feed ผ่านระบบดาวเทียม มีดีเลย์ประมาณ 2 วินาที แต่โดยรวมแล้วก็เรียกเสียงฮือฮาจากประชาชนที่อยู่ในงานได้ไม่น้อย โดยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ตอนแรกก็ตกใจ แต่พอเริ่มปราศรัยก็ลืมไปว่ากำลังชมภาพ 3 มิติอยู่ เพราะนึกว่ากำลังฟัง เมลองชง ตัวจริง
วิธีการของ เมลองชง มีนัยแฝงอยู่มากกว่าที่เห็น เพราะเบื้องหลังการแสดงศักยภาพด้านนวัตกรรม คือ ข้อความที่สื่อถึงความเปลี่ยนแปลง
ประชาชนชาวฝรั่งเศสโหยหาสิ่งใหม่ๆ หลังจากประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ไม่สามารถทำตามสัญญาเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการจ้างงานได้ แถมยังตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้ายจากนโยบายรับผู้อพยพซึ่งชาวฝรั่งเศสไม่เห็นด้วย
โดยอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาแล้วกับการเปลี่ยนแปลงที่สวนทางกับกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งฝรั่งเศสก็มีตัวเลือกที่พร้อมจะขึ้นมาอยู่แล้ว
สำนักข่าวหลายสำนักพูดถึงกลยุทธ์ของ เมลองชง ว่า “เป็นการแสดงศักยภาพนวัตกรรมแห่งอนาคต” ซึ่งเป็นทำให้เราย้อนนึกถึงมหากาพย์ภาพยนตร์ไซไฟ อย่าง เรื่องสตาร์วอร์ส และตระหนักว่าในตอนนี้ โลกได้ก้าวไปถึงจุดที่ภาพโฮโลแกรม 3 มิติเหล่านี้ ไม่ได้เป็นเรื่องเฟ้อฝันอีกต่อไป
มนุษย์ชาติมีเครื่องมือ เทคโนโลยี และปัญหาที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ทำให้ความทะเยอทะยานที่ดูห่างไกลเป็นจริงขึ้นมาได้ แต่ทำไมจึงต้องถูกรั้งไว้จากความคิดที่ใจแคบ และเดินย่ำอยู่กับที่เหมือนเมื่อศตวรรษที่แล้ว
เมลองชง ไม่ได้ใช้คำพูดตรงๆ แต่การใช้เทคโนโลยีโฮโลแกรมครั้งนี้ เป็นเหมือนการทิ้งคำถามให้ประชาชนว่า “ความเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้... มีทางเดินอื่นอีกบ้างหรือไม่”
ทีมข่าวต่างประเทศพีพีทีวี รายงาน