ทีมข่าวพีพีทีวี ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางวิ่งรถโดยสารด่วนพิเศษ หรือ บีอาร์ที บริเวณถนนพระราม 3 หลังกรุงเทพมหานคร ตัดสินใจยกเลิกรถบีอาร์ที หลังพบว่าส่งผลกระทบกับประชาชนที่ใช้เส้นทางเดียวกัน เนื่องจากบีอาร์ทีต้องใช้ผิวจราจร 1 เลน ร่วมกับรถยนต์ทั่วไป จึงเพิ่มปัญหาจราจรติดขัดมากขึ้น โดยเฉพาะสถานีสาทร สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี และถนนนราธิวาสราชนครินทร์
ขณะเดียวกันมีรถยนต์เข้ามาวิ่งทับเลนส์บีอาร์ทีจนทำให้รถโดยสารด่วนพิเศษใช้เวลาเดินทางไม่ต่างกับรถโดยสารธรรมดา ส่งผลให้กรุงเทพมหานคร ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายปีละ 200 ล้านบาท
เมื่อสอบถามไปยังประชาชนที่มาใช้บริการ บางส่วนบอกว่า ยังไม่ทราบข่าวการยกเลิก และหากยกเลิก จะส่งผลกระทบกับการเดินทางได้ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่รอใช้บริการโดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน
การยกเลิกวิ่งรถโดยสารบีอาร์ที จะเริ่มในวันที่ 30 เมษายนนี้ เนื่องจากครบกำหนดตามสัญญา เบื้องต้น กรุงเทพมหานคร ประสานกับ ขสมก.ให้นำรถประจำทางไปวิ่งแทนบีอาร์ที พร้อมคงสภาพสถานีบีอาร์ที โดยปรับเป็นป้ายรถประจำทางแทน และคืนผิวจราจร โดยรื้อถอนอุปกรณ์ที่อยู่บนพื้นผิวจราจรออกทั้งหมด
สำหรับโครงการบีอาร์ทีดังกล่าวเป็นโครงการนำร่องในสมัยนายอภิรักษ์โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2553 ให้บริการเดินรถในช่องทางพิเศษบนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนพระรามที่ 3 สะพานพระราม 3 และถนนรัชดาภิเษก-ท่าพระ ระยะทาง 15.9 กิโลเมตร มีจุดจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร 12 สถานี เปิดให้บริการมาแล้วเป็นเวลา 6 ปี ใช้เงินลงทุนมากถึง 2,009 ล้านบาท และสัญญาโครงการจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2560 ปัจจุบันมีผู้โดยสาร 23,000 ถึง 24,000 คนต่อวัน