ถอดสมการข่าว EP.22 เปลี่ยนไพ่ ... พิสูจน์แค่ “รถไม่เคยชน” พยานครูจอมทรัพย์ ไม่มี “สับ วาปี”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




โดย สถาพร ำงษ์พิพัฒน์วัฒนา

ออกตัวก่อนว่า ผมเริ่มเขียนบทความนี้ ในเวลา 8.50น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ก่อนที่ศาลจังหวัดนครพนม จะนัดสืบพยานฝ่าย “นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร” เป็นวันที่ 2 ในกระบวนการรื้อฟื้นคดีอาญา ที่ “ครูจอมทรัพย์” และคณะทำงานของกระทรวงยุติธรรมรร้องว่าเธอเป็น “แพะ” ในคดีที่ถูกตัดสินจำคุกจากเหตุรถชนคนขับรถจักรยานเสียชีวิตเมื่อปี 2548

แน่นอนว่า สัปดาห์นี้ เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แทนที่จะเป็นเรื่อง “ครูจอมทรัพย์” ตามไทม์ไลน์ที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นเรื่อง “วิศวกร” ที่ตัดสินใจใช้ปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่น” ที่มาล้อมรถด้วยท่าทีไม่เป็นมิตรอย่างมาก (ข้อเท็จจริงจากกล้องหน้ารถ) จนเสียชีวิต ... แต่ไม่เขียนเพราะเห็นว่า  สังคมก็คงใช้วิจารณญานพิจารณากันได้ไม่ยากอยู่แล้ว หลังจากที่มีคลิปจากกล้องหน้ารถออกมาเผยแพร่ .. ที่เหลือ ก็เพียงไปพิสูจน์กันในศาลว่า วิศวกร คนนี้ ถูกกดดัน บีบคั้น หรือสถานการณ์ทำให้จำเป็นแค่ไหนที่ต้องยิง ในภาวะที่มี “ครอบครัว” อยู่ที่รถด้วย ... ดังนั้นผมจะขอข้ามไป

กลับมาที่เรื่องสุดสะเทือนกระบวนการยุติธรรมไทย ... คดีครูจอมทรัพย์ ผมเชื่อว่า คนที่ติดตามข่าวนี้ คงทราบกันดีว่า ชายที่ชื่อ “สับ วาปี” เป็นตัวละครสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้โด่งดัง จนมาถึงขั้นขอรื้อฟื้นคดีอาญาได้ในที่สุด

“สับ วาปี” คือ คนที่ออกมารับสารภาพเมื่อปี 2557 ว่าเป็นคนขับรถชนจักรยานจนเสียชีวิต ... ด้วยรถ “สีเขียว ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร”

ส่วนรถครูจอมทรัพย์ ทะเบียน บค 56 สกลนคร สีบรอนซ์

แต่มาจนถึงวันนี้ เวลาที่ผมเขียน ... วันที่ 2 ของการเบิกพยานฝ่ายครูจอมทรัพย์ ได้รับคำยืนยันว่า “ไม่มี” พยาน ที่ชื่อ “สับ วาปี”

ทำไม ... ??

จากการวิเคราะห์บวกกับการลงพื้นที่คลุกคลีของนักข่าว PPTV ณิชาภัทร อินทรกล่อม ก็พอจะสรุปกันได้ว่า ... นี่เป็นหมากเด็ดของฝ่ายกระทรวงยุติธรรม ที่มาช่วยครูจอมทรัพย์ ด้วยสมมติฐานว่า เธอเป็น “แพะ” ... โดยประเมินแล้วว่า มาถึงวันที่ 2 ของการสืบพยาน ก็ยังไม่จำเป็นต้องนำ “สับ วาปี” เข้าสู่กระบวนการ

แต่กลับมี พยานคนใหม่ที่ชื่อว่า “ทักศีล” ปรากฏขึ้นมาแทน

“ทักศีล” กับ “สับ วาปี” ต่างกันอย่างไร

สัป วาปี ... คือ คนที่รับสารภาพแทนว่าเป็นคนชน .. แม้วันนี้ รถทะเบียน บค 56 มุกดาหาร จะเป็นชื่อของเขา แต่รถ ไม่มีอยู่แล้ว ... กลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว มีแต่เล่มทะเบียนที่ยืนยันว่า เป็นของเขา และเป็นรถสีเขียวตรงกับสีที่ติดอยู่กับตะเกียบรถจักรยาน (ตำรวจบอกเป็นสีเขียวจากขอบแผ่นป้ายทะเบียนรถ) ... แต่เรื่องของ “สับ วาปี” ถูกตำรวจโต้กลับว่า เป็นกลุ่มขบวนการรับจ้างรับสารภาพ โดยมีพยานบุคคลชื่อนายเสริฐ อ้างว่า เป็นผู้ถูกติดต่อให้รับผิด แต่ไม่มีใบขับขี่ จึงไปใช้นายสับ วาปี

ฝ่ายตำรวจ ยังมีพยานบุคคล ที่อ้างว่า ซื้อรถต่อจากนายสับ วาปี ไปแล้วตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และนำรถไปใช้ในไร่ ก่อนจะขายต่อไปเป็นเศษเหล็กในภายหลัง แต่พยานรายนี้ ก็ไม่มีเอกสารยืนยันการซื้อ-ขายรถใดๆ ไม่มีหลักฐานการครอบครองด้วย

แม้ว่าข้อกล่าวหาต่อ “นายสับ วาปี” จะเป็นเพียงคำบอกเล่า จนถึงขณะนี้ ... แต่ก็คงวุ่นวาย ยืดเยื้อไม่ใช่น้อย

หากต้องมาสู้กันในประเด็นว่า “ถ้าครูจอมทรัพย์ ไม่ได้ชน แล้วใครเป็นคนชน” ....จึงอาจไม่จำเป็น เพราะฝ่ายครูจอมทรัพย์ ต้องการพิสูจน์เพียงแค่ว่า “ครูจอมทรัพย์ ไม่ใช่คนชน” เท่านั้นก็เพียงพอ

 

“ทักศีล” ตัวละครใหม่ จึงปรากฎขึ้นเป็นพยานปากใหม่ ของฝ่ายครูจอมทรัพย์ เขาเป็นเจ้าของ “รั้วลวดหนาม” ที่ครูจอมทรัพย์ อ้างว่า เคยชน ... และเป็นที่มาของร่องรอยบนรถ บค 56 สกลนคร

เห็นได้ชัดว่า ... เป็นการมุ่งเน้นพิสูจน์ไปที่ “รถ บค 56 สกลนคร” เท่านั้น

ก่อนนี้ รถคันนี้ ถูกส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด) / กรมการขนส่งทางบก และที่ โตโยต้า ... โดยได้ผลออกมาตรงกันว่า “ป้ายทะเบียนรถ” (ที่เป็นหลักฐานในชั้นศาลว่า มีสีเขียวของขอบป้าย(หรือตัวหนังสือ) ไปติดอยู่ที่ตะเกียบรถจักรยาน) ไม่เคยมีร่องรอยการเฉี่ยวชน และกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า ป้ายทะเบียนที่ใช้อยู่นี้ เป็นของเดิม ไม่มีประวัติการขอเปลี่ยน ตั้งแค่วันเกิดเหตุ คือ 11 มีนาคม 2548 จนถึงวันที่ตรวจสอบ (เคยเปลี่ยนทะเบียน จาก บ. เป็น บค แต่เกิดขึ้นเมื่อปี 2546 ก่อนเกิดเหตุ) ...

ซึ่งอาจเป็นหลักฐานสำคัญว่า ... เมื่อไม่มีร่องรอยอะไรเกิดขึ้นที่ป้ายทะเบียน ... สีเขียว จากป้ายทะเบียนรถคันนี้ จะไปติดที่ตะเกียบรถจักรยานได้อย่างไร

ฝ่ายครูจอมทรัพย์ ยังมีพยานอีก 2 ปาก สำคัญ คือ คนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ในที่เกิดเหตุ ซึ่งถูกรถกระบะแซงไปชนรถจักรยาน ซึ่งให้การตั้งแต่ในศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ตรงกันทั้งหมดว่า ... “คนที่ลงมาจากรถกระบะ เป็นผู้ชาย” ... แต่ไม่อยู่ในสำนวนการสอบสวนที่ส่งฟ้องต่อศาล

เมื่อการพิสูจน์ว่า “ครูจอมทรัพย์” เป็น “แพะ” หรือไม่ อาจไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่า “ถ้าไม่ใช่ แล้วใครทำ” ...

เพราะถ้าพิสูจน์ได้ว่า “ไม่ได้ทำ” หน้าที่ในการหาคนทำ ก็เป็นของ “ตำรวจ” อยู่แล้ว

การที่นาย “สับ วาปี” มาปรากฏตัวที่หน้าศาลนครพนมเมื่อวานนี้ แต่ไม่มีรายชื่อขึ้นเป็นพยาน ... จึงอาจเป็นเพียง หลักฐานที่บอกว่า “สับ วาปี” ยังอยู่ ... แต่ไม่จำเป็นต้องไปพิสูจน์อะไร

ยิ่งน่าสนใจอย่างมาก ... เมื่อเห็น “พยาน” ที่ฝ่ายตำรวจเตรียมมา ... ส่วนใหญ่ เป็นการเตรียมมาเพื่อโต้แย้งประเด็น “สับ วาปี” ไม่ใช่คนร้ายตัวจริง

แต่เมื่อพยาน ... ฝ่าย “ครูจอมทรัพย์” ไม่มี “สับ วาปี” ... ต้องจับตาว่า ตำรวจ จะแก้หมากนี้ยังไง

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ