นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ และนางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยาน 2 คนฝ่ายครูจอมทรัพย์ที่อ้างว่า เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ เดินทางมาถึงศาลจังหวัดนครพนมพร้อมกันตั้งแต่เวลา ประมาณ 9.00 น. โดยนางทัศนีย์ให้การเป็นคนแรกในศาลวันนี้ เธอยืนยันว่า เห็นคนขับรถเป็นผู้ชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร ส่วนป้ายทะเบียนเห็นเป็นตัวอักษร บ.ใบไม้ และเลข 56 ส่วนจังหวัด และ ตัวอักษรอีกตัวเห็นไม่ชัด
ผู้สื่อข่าว PPTV ที่ขึ้นไปสังเกตการณ์รายงานว่า อัยการจังหวัดนครพนม ซักค้าน โดยการนำบันทึกถ้อยคำที่นางทัศนีย์ให้ปากคำกับตำรวจ สภ.เรณูนครเมื่อปี 2548 ขึ้นมาแสดงต่อศาล และระบุ นางทัศนีย์ให้การไม่ตรงกับครั้งนั้น เพราะไม่เคยบอกตำรวจว่า เห็นคนขับเป็นผู้ชาย และยังเซ็นต์ยอมรับว่า ทะเบียนรถที่เห็นคือ บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถที่ครูจอมทรัพย์ครอบครอง นอกจากนั้นยังมีระยะห่างระหว่างรถตัวเองกับรถกระบะที่ชน ที่สำคัญไม่เคยบอกว่า มีคนซ้อนท้ายมาด้วย คือ นางทองเรศ
จากนั้นนางทัศนีย์ โต้กลับว่า ตำรวจไม่เคยถามว่า คนขับเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ส่วนประเด็นอื่น ยอมรับว่า ไม่ได้อ่านบันทึกของตำรวจด้วยตัวเองในวันนั้น เพราะให้ตำรวจอ่านให้ฟัง และเซ็นต์ยอมรับไปโดยไม่ได้คิดอะไร สอดคล้องกับที่นางทัศนีย์ให้ข้อมูลหลังเดินทางกลับออกมาจากศาลในเวลา 14.30น. เธอเปิดเผยว่า การตัดสินใจเป็นพยานในศาลครั้งนี้ เพราะต้องการช่วยครูจอมทรัพย์ตามข้อเท็จจริงที่พอจำได้
ด้านครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร เปิดเผยหลังศาลไต่สวนนางทัศนีย์และนางทองเรศเสร็จว่า รู้สึกโล่งใจ พร้อมย้ำว่า เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
ส่วนพยานอีกคนที่วันนี้ ฝ่ายครูจอมทรัพย์นำขึ้น คือ นายทักศิล ไขสีดา เจ้าของรั้วลวดหนามที่จะมาช่วยยืนยันว่า ร่องรอยบนรถของครูจอมทรัพย์เกิดขึ้นจากการเฉี่ยวชนรั้วบ้านของตัวเอง คณะทำงานกระทรวงยุติธรรมที่ช่วยเหลือทางคดีให้กับครูจอมทรัพย์ชี้แจงถึงสาเหตุที่ไม่ได้นำนายทักศิลขึ้นให้การต่อศาลก่อนหน้านี้ เพราะว่า คณะทำงานได้เปลี่ยนชุดจากเวลานั้น การเสาะหาพยานและหลักฐานเพิ่มเติมรอบนี้ทั้งหมด เป็นแนวทางของคณะทำงานชุดใหม่