สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติสหรัฐ (NWS) ออกมายอมรับความผิดพลาดในการพยากรณ์อากาศ หลังจากที่มีการคาดการณ์ว่าพายุหิมะครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ จะพัดถล่มหลายพื้นที่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และจะทำให้เกิดหิมะตกหนักทับถมสูงเกิน 30 นิ้ว โดยเฉพาะในนครนิวยอร์ก ซึ่งทางการท้องถิ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ระงับระบบขนส่งสาธารณะ และประกาศห้ามประชาชนสัญจรบนท้องถนน เนื่องจากคาดว่าจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด แต่สถานการณ์หิมะเมื่อวานนี้กลับไม่ย่ำแย่อย่างที่คาด
ล่าสุด หลายพื้นที่ได้ยกเลิกประกาศเตือนภัยพายุหิมะแล้ว ขณะที่รถไฟใต้ดินนิวยอร์ก รวมถึงตลาดหลักทรัพย์กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว ส่วนสนามบินนานาชาติในเมืองบอสตันมีกำหนดจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันนี้ แต่ว่าเที่ยวบินส่วนใหญ่จะเริ่มบินตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศเลวร้ายในตอนเช้า
ด้านนายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ออกมาชี้แจงว่าทางการไม่ได้ตื่นตูม และจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำเตือนของสำนักงานพยากรณ์อากาศ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หลังประชาชนออกมาวิจารณ์มาตรการรับมือพายุของทางการ รวมถึงคำสั่งปิดรถไฟใต้ดิน ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก
ขณะที่ NWS ชี้แจงว่า พายุหิมะครั้งรุนแรงเป็นสิ่งที่ยากจะคาดการณ์ และพายุเคลื่อนไปทางตะวันออกเร็วกว่าที่ NWS คาดการณ์ไว้ แม้ว่าพายุหิมะครั้งนี้จะไม่สร้างความเสียหายรุนแรงให้กับนครนิวยอร์กมากนัก แต่มีรายงานว่าหลายมลรัฐได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตั้งแต่รัฐคอนเนตทิกัตแมสซาชูเซตส์ไปจนถึงรัฐเมน โดยที่รัฐคอนเนคติคัตมีหิมะตกหนักสูง 52 ซม. ส่วนแมสซาชูเซตส์มีหิมะตกหนักสูงถึง 67 ซม. และบางพื้นที่ประสบปัญหาไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ยังมีรายงานคลื่นสูงพัดเข้าชายฝั่ง จนทำให้เกิดน้ำท่วมด้วย
ล่าสุด พายุลูกนี้เริ่มเคลื่อนผ่านไปทางตะวันออกและมุ่งหน้าสู่แคนาดาแล้ว โดยพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบหลังจากนี้คือพื้นที่ชายฝั่งนิวอิงแลนด์ และหลังจากนั้นพายุก็จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ