คำให้การของ พ.ต.ท. จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.จังหวัดมุกดาหาร ที่ศาลจังหวัดนครพนม อย่างเป็นทางการครั้งแรก หลังขึ้นให้การบนชั้นศาลเสร็จสิ้น เขายอมรับว่า เคยถูกทาบทามจากกลุ่มเพื่อนนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร คือ นายสุริยา นวลเจริญ และสามีของเธอ ให้เข้ามาเป็นที่ปรึกษานำตัวนายสับ วาปี มารับผิดแทนนางจอมทรัพย์ เมื่อปี2556 เขาอ้างว่าตอนนั้น นายสับเต็มใจเข้ามารับผิดแทน จึงแนะนำว่าหากไม่ได้ทำผิดจริง และรับผิดแทนก็จะมีความผิด ติดคุกได้ นายสับจึงปฏิเสธ ทำให้นายสุริยา นวลเจริญ พร้อมพวก ไม่ได้ติดต่ออดีต ส.ว. จ.มุกดาหาร มาจนถึงวันนี้
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 เปิดเผยหลังเสร็จสิ้นการสืบพยานฝ่ายผู้คัดค้าน ยื่นพยานบุคคลขึ้นเบิกความจำนวน 15 ปาก ว่ายังเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคลและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนการพิจารณาว่าพยานจะพูดจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจศาล แต่เมื่อถูกถามว่าฝ่ายตำรวจยังมั่นใจว่ามีขบวนการรับจ้างรับผิดแทนนางจอมทรัพย์หรือไม่ ได้รับคำตอบว่าไม่ยืนยัน แต่มีข้อมูลเรื่องนี้มานานแล้วเรื่องขบวนการรับจ้างรับผิด และไม่ว่าคำสั่งศาลจะออกมาในรูปแบบไหนก็ยังเดินหน้าเอาผิดกับขบวนการนี้
ขณะที่ คณะทำงานสอบสวนคดีครูจอมทรัพย์ ที่ตั้งขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา มั่นใจว่า ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว แต่ไม่เคยเรียกนายสับ วาปี มาให้การ แม้นายสับ วาปี จะเป็น1 ในพยาน ต้นเรื่องทำให้คดีครูจอมทรัพย์เข้าสู่ขั้นรื้อฟื้นคดีได้
สำหรับการรื้อฟื้นคดีครูอมทรัพย์ ตามพ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 ศาลอุธรณ์ภาค 4 พิจารณารับวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2559 เพราะคำร้องมีน้ำหนักพอที่จะรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณา เช่น มีพยานอ้างว่าเห็นคนขับเป็นชาย มีนายสับ วาปี มารับผิด ส่วนการเปิดความพยานทั้ง 2 ฝ่ายจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ ศาล จ.นครพนม จะรวบรวมคำให้การของพยานทุกปาก ของทั้งผู้ร้องและผู้ค้าน ส่งไปให้ศาลฎีกาวินิจฉัย ว่าจะยืนตามคำพิพากษาเดิม หรือ เปลี่ยนคำพิพาษาใหม่