เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอชื่อนายนีล กอร์ซัช(Niel Gorsuch) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ขึ้นเป็น 1 ในคณะผู้พิพากษาศาลฏีกา ซึ่งจะมีการแต่งตั้งกันอย่างเป็นทางการในอีกราว 2 สัปดาห์นับจากนี้
ว่ากันว่านาย กอร์ซัช คนนี้ เป็นผู้พิพากษาแนวนิยมขวา ซึ่งน่าจะสนองนโยบายต่างๆ ให้กับทรัมป์ได้เป็นอย่างดี
แต่ยังไม่ทันที่จะมีการแต่งตั้งและเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ นายกอร์ซัชก็ออกมาปะทะคารมกับทรัมป์เสียแล้ว จากเรื่องที่ทรัมป์ไม่พอใจผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เจมส์ โรบาร์ต ที่กล้าขัดคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดี เรื่องห้ามชาวมุสลิม 7 ประเทศเข้าสหรัฐ โดยทรัมป์ใช้คำพูดต่อว่านายโรบาร์ต ด้วยคำพูดไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก ก็คือไปว่าเขาว่าเป็นคนไร้สาระอะไรทำนองนี้ ซึ่งถ้าเป็นคนธรรมดา ก็คงถูกตั้งข้อหาหมิ่นศาลไปแล้ว
และนั่นก็ทำให้นายกอร์ซัช ที่วางตัวเงียบมาตลอด นับตั้งแต่ได้รับการเสนอชื่อ ก็ออกมาตอบโต้ทรัมป์ว่า ใช้คำพูดที่ทำให้รู้สึกเสียกำลังใจ และไม่ให้ความเคารพต่อผู้พิพากษา
การปะทะคารมระหว่าง 2 คนนี้ ทำให้เกิดเป็นกระแสว่า ถ้านาย กอร์ซัช ขึ้นมาเป็น 1 ใน 9 คณะผู้พิพากษาศาลฏีกา อาจทำให้การทำงานเพื่อสนองนโยบายของทรัมป์ เกิดอาการสะดุดขึ้นมาก็เป็นได้ โดยเฉพาะการพิจารณาคำสั่งพิเศษ เรื่องการห้ามคนมุสลิมเข้าเมือง เนื่องจากทรัมป์คาดว่า เรื่องคำสั่งพิเศษนี้ จะถูกลากยาวและไปตัดสินกันในชั้นศาลฏีกา ซึ่งเป็นศาลสูงสุด และการแต่งตั้งนาย กอร์ซัช เข้าไปนั่งในคณะผู้พิพากษา จะช่วยให้คำสั่งพิเศษของเขาผ่านการพิจารณาจากคณะผู้พิพากษาศาลฏีกา เพราะอย่างไรเสียนาย กอร์ซัช จะต้องเข้าข้างทรัมป์ ที่ตั้งเขามากับมืออย่างแน่นอน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปะทะคารมขึ้นมา อะไรๆก็ไม่แน่นอนเสียแล้ว