ล่าสุดฝ่ายกฎหมายมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ขึ้นภายในแล้ว โดยอยู่ระหว่างดูรายละเอียดว่า มีบุคคลภายในอนุมัติให้ใช้ชื่อหรือไม่ ซึ่งตามระเบียบอยู่ในข่ายอำนาจของอาจารย์ประจำภาควิชาที่ถูกแต่งตั้งขึ้นให้เป็นผู้ตัดสินใจ กับ อธิการบดีเท่านั้น
หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่อาจใช้ตรวจสอบเรื่องนี้ คือ ใบวุฒิบัตรที่หลักสูตรมอบให้กับผู้สำเร็จการศึกษา มีโลโก้ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ด้วย และหนึ่งในคนที่เซ็นต์รับรอง คือ รศ.ดร.วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ ในวุฒิบัตรระบุตำแหน่งว่าเป็น ผู้อำนวยการศูนย์สานสัมพันธ์จับคู่ธุรกิจระหว่างประกาศ และอีกสถานะคือ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้รับมอบอำนาจ เป็นที่ปรึกษา ยื่นข้อเสนอ และลงนามกับสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจไทย หรือ วปธ.เจ้าของหลักสูตร นอกจากนี้ ป้ายโฆษณาในเว็บไซต์ของหลักสูตร และ ชื่อเพจเฟซบุ๊กของหลักสูตรใช้ประชาสัมพันธ์ ก็มีชื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พ่วงท้ายอยู่ด้วย
นายฉัตรชัย จรูญพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ม.เกษตรศาสตร์ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ตามสัญญามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีสถานะเป็นที่ปรึกษาของหลักสูตรจริง และทำโดยมีระเบียบว่าด้วยการพัฒนาวิชาการ พ.ศ. 2551 รองรับ ซึ่งถือเป็นภารกิจบริการสังคมของสถาบันอุดมศึกษา แต่ตัวหลักสูตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่ได้เป็นเจ้าของ ที่สำคัญสัญญาตามเงื่อนไขสัญญา ม.เกษตรฯ จะช่วยเหลือหลักสูตรด้วยการอำนวยความสะดวกสถานที่และเป็นที่ปรึกษาให้เพียง 4 รุ่น แต่พบว่า หลักสูตรได้เปิดสอนใน ม.เกษตรฯไปแล้ว 8 รุ่น และยังมีการใช้ชื่อสถาบันไปโฆษณาด้วย จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในขึ้น
ขั้นตอนการอนุมัติเปิดหลักสูตร วปธ. หากเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการพัฒนาวิชาการที่ฝ่ายกฎหมายของมหาวิทยาลัยอ้างถึง จะต้องเริ่มจากอาจารย์ประจำภาควิชาที่ได้รับการแต่งตั้งให้มีอำนาจ ซึ่งในที่นี้ คือ รศ.ดร.วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ เสนอต่อหัวหน้าภาควิชา จากนั้นจะส่งเรื่องไปให้คณบดีพิจารณา ก่อนส่งต่อไปยังสำนักบริการวิชาการ และจบด้วยการอนุมัติของอธิการบดี
ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย ม.เกษตรศาสตร์ ระบุว่า คณะกรรมการที่ตั้งขึ้น จะตรวจสอบ 2 ประเด็น ประกอบด้วย อาจารย์ที่ปรึกษาหลักสูตร คือ รศ.ดร.วัลลภ รัฐฉัตรานนท์ ได้ตกลงกับสมาคมฯเจ้าของหลักสูตรไว้อย่างไร เหตุใดจึงมีการนำชื่อมหาวิทยาลัยไปพ่วงท้ายโฆษณาหลักสูตร จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดของผู้สมัครเรียนและ การนำชื่อมหาวิทยาลัยไปโฆษณา ได้รับการอนุมัติจากอธิการบดีหรือไม่ จึงจะตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีกับสมาคมฯ เจ้าของหลักสูตร วปธ. หรือไม่